กระทรวงอุตฯ ดันตลาดสิ่งทอ-แฟชั่นไทยในชายแดนใต้โกทูมาเลเซีย

  • 61 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

นางวรวรรณ ชิตอรุณ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงมอบหมายให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอและแฟชั่นด้วยการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ชายแดนใต้ กำหนดพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 257 คน

“โครงการดังกล่าวสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายของร้านค้าและรายได้กลุ่มผู้ประกอบการสินค้าผ้าบาติก ผ้าปาเต๊ะ และสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์ได้ไม่น้อยกว่า 20% โดยปี 2562 มียอดรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 16.21 ล้านบาท และปี 2563 คาดจะมียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19.90 ล้านบาท”

โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และการตลาดเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ ผนวกกับคุณสมบัติพิเศษของวัตถุดิบที่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่น การเลือกใช้วัสดุในการออกแบบให้เหมะสมกับการใช้งาน ตอบสนองประโยชน์การใช้งาน และมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันได้ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า และสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ อาทิ การสร้างสรรค์จากวัฒนธรรม หรือผสมผสานรูปแบบที่มีความร่วมสมัย

ภายใต้แนวคิด Cross Cultural : Turn Thai Wisdom to International จำนวน 59 ผลิตภัณฑ์ 12 คอลเล็กชัน ซึ่งแต่ละคอลเล็กชันมีคอนเซ็ปต์ในการออกแบบธีมสีที่ชัดเจน การออกแบบผลิตภัณฑ์เน้นความคิดเชิงสร้างสรรค์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม นำต้นทุนท้องถิ่น ผสมผสานกับเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นางวรวรรณ กล่าวว่า จะมีการคัดเลือกผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการที่ผ่านการพัฒนาเพื่อนำไปจัดแสดงและจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า Avenue K ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของผู้ประกอบการท้องถิ่นของไทยส่วนใหญ่เป็นการผลิตจำกัดอยู่ในระดับวิสาหกิจชุมชน ทำให้ผลิตได้ในจำนวนน้อย ผู้บริโภคยังไม่นิยมหรือตระหนักในคุณค่าของผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมากนัก ทำให้มีตลาดจำกัดเฉพาะกลุ่ม และขาดการกระตุ้นความต้องการของตลาดในประเทศ

นอกจากนี้ ชุมชนเองก็มักผลิตสินค้ารูปแบบเดิม ขาดการพัฒนาสินค้า ทำให้สินค้าไม่มีความหลากหลายและไม่มีความโดดเด่น ส่งผลกระทบต่อการ ประกอบกิจการของผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สิ่งทอและผู้ประกอบการในจังหวัดชายแดนใต้กว่า 500 ราย ซึ่งจากข้อมูลพบว่า 63% เป็นผู้ประกอบการที่ผลิตเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายมุสลิม ส่วนที่เหลืออีก 37% เป็นผู้ประกอบการที่ผลิตผ้าทอพื้นเมือง ผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม เคหะสิ่งทอ และสินค้าแปรรูปจากสิ่งทอ

cr. ข่าวสด


แชร์ข่าวนี้
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares