ประกันสังคม แจง ทรัสต์ “ศรีพันวา” ผลตอบแทนเฉลี่ย 6 เปอร์เซ็นต์ต่อปี โกยปันผล 229 ล้าน

  • 77 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

ประกันสังคมเต้น แจงลงทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา 505 ล้านบาท จากเงินลงทุนสะสมทั้งหมด 2.1 ล้านล้านบาท รับผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 6 เปอร์เซ็นต์ ย้ำมีผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์การลงทุนดูแล ไม่เกี่ยวกับบอร์ดประกันสังคม

พิศมัย นิธิไพบูลย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้ถือหน่วยในทรัสต์เพื่อการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา หรือ SRIPANWA มูลค่าการลงทุนประมาณ 505 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการลงทุน 22.6 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหน่วยลงทุนของ SRIPANWA ทั้งหมด (มูลค่า ณ วันที่ 16 ก.ย. 2563) ซึ่งการลงทุนดังกล่าว จัดเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สำนักงานประกันสังคมได้มีการลงทุน ในหน่วยลงทุนต่างๆ

ทั้งนี้ ในการลงทุนสำนักงานประกันสังคมมีการวิเคราะห์ถึงผลตอบแทน ความสามารถ ในการจัดหารายได้จากทรัพย์สิน สภาวะอุตสาหกรรม ทิศทางธุรกิจ และกลยุทธ์การลงทุน ตลอดจนความเสี่ยงที่ได้รับจากการลงทุน

โดยผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์การลงทุน ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนของสำนักงานอย่างเคร่งครัด โดยคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มิได้มีส่วนในการตัดสินใจในลงทุนรายหลักทรัพย์แต่อย่างใด เนื่องจากมีหน้าที่ในการออกระเบียบหลักเกณฑ์การลงทุนและกำกับดูแลเท่านั้น

สำนักงานประกันสังคมมีการลงทุนในกองทรัสต์ SRIPANWA ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนในปี 2559 มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ และได้รับเงินปันผลจากการลงทุนแล้ว จำนวน 229 ล้านบาท

นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค. – ส.ค. 2563 กองทุนประกันสังคมมีการลงทุนและมีผลตอบแทนที่รับรู้แล้วจำนวนกว่า 33,000 ล้านบาท ในฐานะโฆษกสำนักงานประกันสังคม จึงขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจ และวางใจในการวิเคราะห์ และระมัดระวังของสำนักงานประกันสังคม ในการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุน

ทั้งนี้ ตามรายงานสถานะการบริหารเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม ไตรมาส 2/2563 (สิ้นเดือน มิ.ย. 2563) พบว่า เงินลงทุนกองทุนประกันสังคม ณ 30 มิ.ย. 2563 มีจำนวน 2,111,775 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง จำนวน 1,688,446 ล้านบาท หรือ 80 เปอร์เซ็นต์ และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง จำนวน 426,329 ล้านบาท หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนตั้งแต่ปี 2534-ปัจจุบัน จำนวน 675,782 ล้านบาท

หากแบ่งตามประเภทการลงทุน พบว่า เงินลงทุน 2,111,775 ล้านบาท แบ่งเป็น

  • การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตร ธปท. รัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน 1,455,976 ล้านบาท หรือ 68.85 เปอร์เซ็นต์
  • หุ้นไทย จำนวน 255,740 ล้านบาท หรือ 12.09 เปอร์เซ็นต์
  • หน่วยลงทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จำนวน 98,388 ล้านบาท หรือ 4.65 เปอร์เซ็นต์
  • ตราสารหนี้ภาคเอกชน หรือ หุ้นกู้ ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ จำนวน 96,804 ล้านบาท หรือ 4.58 เปอร์เซ็นต์
  • หน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์, โครงสร้างพื้นฐาน ทองคำ จำนวน 90,809 ล้านบาท หรือ 4.29 เปอร์เซ็นต์
  • หน่วยลงทุนตราสารทุนต่างประเทศ จำนวน 69,316 ล้านบาท หรือ 3.28 เปอร์เซ็นต์
  • เงินฝาก จำนวน 37,278 ล้านบาท หรือ 1.76 เปอร์เซ็นต์
  • พันธบัตรรัฐวิสากิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน 10,464 ล้านบาท หรือ 0.50 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนสะสมของกองทุนประกันสังคมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากจำนวน 789,181 ล้านบาท เมื่อปี 2553 มาอยู่ 2,114,775 ล้านบาท ณ สิ้น มิ.ย. 2563 โดยเป็นเงินลงทุนสะสมมาตั้งแต่ปี 2534-2563 ที่ได้จาก เงินสมบทจากนายจ้าง ลูกจ้าง รัฐบาล จำนวน 1,438,993 ล้านบาท รวมกับดอกผลสะสมจากการลงทุนสุทธิ 675,782 ล้านบาท

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares