ธ.ก.ส. เตรียมจ่ายเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด เริ่ม 20 พ.ย. นี้

  • 54 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

​นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 63 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนิน “โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64” เพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีรายได้ที่แน่นอน ลดความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำและสร้างความมั่นคงในอาชีพ เป้าหมายเกษตรกร 452,000 ราย วงเงินงบประมาณ 1,867 ล้านบาท ประกันรายได้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เมล็ด ณ ความชื้น 14.5% กิโลกรัมละ 8.50 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ไร่

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยแจ้งเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 63 – 31 พ.ค. 64 ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรจะทำการตรวจสอบข้อมูลแล้วส่งมายัง ธ.ก.ส. เพื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเงินประกันรายได้ดังกล่าวเป็นส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์การอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะมีการจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาครั้งแรกในวันที่ 20 พ.ย. 63 และจ่ายต่อไปทุกวันที่ 20 ของเดือน เป็นระยะเวลา 12 เดือน

ทั้งนี้ แปลงปลูกข้าวโพดแปลงใดแปลงหนึ่งสามารถรับสิทธิ์ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563/64 ได้แปลงละ 1 ครั้ง ในรอบเพาะปลูกวันที่ 1 มิ.ย. 63 – 31 พ.ค. 64 เท่านั้น เพื่อมิให้เป็นการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบการโอนเงินได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้มีมาตรการคู่ขนานผ่านโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตร ปี 2563/64 วงเงินสินเชื่อรวม 1,500 ล้านบาท โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกรที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการรวบรวมหรือรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2563/64 กับกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจำหน่ายต่อ แปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและช่วยดูดซับปริมาณผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในช่วงที่ผลผลิตออกมาก วงเงินสินเชื่อ กรณีสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรกลุ่มละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มละไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน เริ่มจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้ – 31 พ.ค. 64

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares