ด่วน! ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ “ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงใน กทม.”

  • 83 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

วันนี้ (22 ต.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศการยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้

ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เพื่อใช้มาตรการเร่งด่วน ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เข้าระงับยับยั้งการกระทำอันกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคุมและแก้ไขความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย ในเขตพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง จนถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 นั้น

โดยที่ปรากฏว่า ปัจจุบันเหตุการณ์ร้ายแรงอันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้คลี่คลายความรุนแรงและยุติลง โดยอยู่ในภาวะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐสามารถดำเนินการบังคับใช้มาตรการตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคสาม และมาตรา 11 วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2563 และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่ กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ข้อ 2 บรรดาข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่ง ที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 อันเนื่องจากได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงดังกล่าวเป็นอันสิ้นสุดลง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563 เวลา 12.00 นาฬิกา เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2563

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares