ย้อนประวัติแปรอักษร ‘ล้อการเมือง’ ธรรมศาสตร์ จับตางานบอลครั้งที่ 74 “อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง”

4514100

ย้อนประวัติแปรอักษร ‘ล้อการเมือง’ ธรรมศาสตร์ จับตางานบอลครั้งที่ 74 “อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง”

 

ใกล้เข้ามาแล้ว กับงานฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 74 ที่ปีนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพ ในวันเสาร์ที่ 8 ก.พ. 2563 นอกจากการแข่งขันฟุตบอลแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ ที่ทุกคนจับตา คือขบวนล้อการเมือง และการแปรอักษรบนแสตนด์เชียร์ ของทั้งสองมหาวิทยาลัย

 

“ข่าวสดออนไลน์” มีโอกาสได้คุยกับ เบส น.ส.เพ็ญ​พิ​ช​ชา​ ส​ถิ​ร​ปัญญา นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์​และสื่อสาร​มวลชน​ ภาษาอังกฤษ​ ชั้นปีที่ 4 ประธานชุมนุม​เชียร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโบลิ่ง น.ส.อรุณพร ผอมจีน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 หัวหน้าฝ่ายภาพแปรอักษร เกี่ยวกับการเตรียมงานในส่วนของชุมนุมเชียร์ และฝ่ายแปรอักษร ในปีนี้

 

เบส น.ส.เพ็ญ​พิ​ช​ชา​ ส​ถิ​ร​ปัญญา และ โบลิ่ง น.ส.อรุณพร ผอมจีน

 

เบส: เตรียมงานมาตั้งแต่ปีที่แล้วค่ะ วางคอนเซ็ปต์ หน้าที่ของแต่ละฝ่าย จนถึงตอนนี้ก็เตรียมอีเวนท์ประชาสัมพันธ์ต่างๆ

โบ: ในส่วนของฝ่ายภาพแปรอักษร ทำการบ้านเยอะมากค่ะ เพราะจากปีที่แล้ว มีคนให้ความสนใจเยอะ คนค่อนข้างให้ความคาดหวังในปีนี้ ก็กดดันนิดนึง แต่ความกดดันคือความสนุก นี่คือสัญญาณที่ดี เห็นคนในสังคมตื่นตัว กับประเด็นทางสังคม มองเรื่องการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เตรียมงานจากชุมนุมเรา ทำให้คนได้เห็นว่า มันจะดีได้ยังไง สังคมมันจะดีได้ยังไง

 

คอนเซ็ปต์ของงานบอลครั้งที่ 74 “Make a change เปลี่ยน-ปรับ-ขยับสังคม”

เบส: ภาพใหญ่ๆ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดขึ้นในสังคม ในส่วนของเราก็อยากเป็นคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลง ธรรมศาสตร์เปลี่ยนแล้วนะ
ปีนี้เราเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงให้มันเป็น Go Green มากขึ้น เปลี่ยนวัสดุที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ เช่นกล่องโฟม ช้อนข้าว ของคนบนแสตนด์ สร้างขยะเยอะ ปีนี้เปลี่ยนเป็นกล่องย่อยสลายได้ ช้อนทำมาจากใยข้าวโพด ลดขยะ ย่อยสลายได้ สิ่งง่ายๆ ที่เราทำได้ ถังขยะในงาน มีการแยกขยะเต็มรูปแบบ มีการนำไปจัดการอย่างถูกต้อง

โบ: สิ่งหนึ่งคือเราลงมือทำจริงๆ ไม่ได้ลงมือทำแบบขอไปที ปีนี้ธรรมศาสตร์ร่วมกับจุฬาฯ พยายามทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ฉาบฉวย สร้างให้ทุกคนได้ลงมือทำร่วมกัน ทุกคนรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ยากที่จะเปลี่ยนแปลง

 

“อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง”

 

การเปลี่ยนแปลงคืออะไร

โบ: คอนเทนต์แปรอักษรในปีนี้ พยายามจะปรับเปลี่ยนลูกเล่นให้มีความน่าสนใจมากขึ้น มีความแปลกไปจากเดิม พยายามทำเนื้อหาใหม่ๆ งานปีที่ผ่านมาคนต้องการความใหม่ ความสด ความแปลกใหม่ เหมือนคนมาดูหนัง ก็ต้องการอะไรใหม่ๆ ปีนี้ก็ท้าทายตัวเองมากกว่าเดิม คือการเปลี่ยนแปลงของฝ่ายแปรอักษร

 

ปีนี้ Make a change เปลี่ยนปรับขยับสังคม เราพยายามจะทำให้คนในสังคมได้ข้อความๆ หนึ่งกลับไป คือ อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง เพราะเรารู้สึกว่า โลกทุกวันนี้มันสับสนยุ่งเหยิง ทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา เราในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เราต้องปรับตัว ให้มันเท่าทัน ให้มันทันกับสถานการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันถึงสามารถอยู่หรือดำรงชีวิตต่อไปได้ เรามองถึงทุกมิติของคนในสังคม ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใหญ่ เด็ก เราอยากให้มันเกิด ความรู้สึกที่ว่า จบจากงานบอลไป เราจะไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง มันคือกล้าและลงไปทำกับอะไรบางอย่าง เชื่อว่าตัวเองทำได้ ต้องรอชมในวันงาน

 

 

เบส: ในปีนี้สิ่งที่เรารีเสิร์ชมา สิ่งที่คนรอดู รอชม เราเตรียมงาน 1 ปี เพื่องาน 1 วัน อยากให้ทุกคนมางานบอล เพื่อที่จะมาเห็นว่าเราคนธรรมดา จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ยังไง ทุกคนในสังคม ทั้งคนที่มีอำนาจไม่มีอำนาจ ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบของตนเองได้

 

โบ: ทุกคนอาจจะเห็นว่างานนี้มัน 1 วัน แล้วจบไป แต่ งาน 1 วัน เราไม่ได้เตรียมแค่วันเดียว ความเปลี่ยนแปลงมันต้องเกิดขึ้นเรื่อยๆ อยากให้ทุกคนได้ออมารับรู้พร้อมกันว่าตอนนี้เรากำลังคิด กำลังทำอะไรอยู่

 

เบส: อยากชวนทุกคน มางานบอล ปัจจุบันโลกมันเกิดอะไรขึ้นแล้ว โลกหมุนไปถึงไหน แล้วเราคิดอะไรอยู่ อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง

 

 

ประวัติศาสตร์ แปรอักษร แสตนด์ธรรมศาสตร์

นรุตม์ชัย รงคุปตวนิช หัวหน้าฝ่ายภาพแปรอักษร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 69 เผยเกร็ดน่าสนใจ.. ประวัติความเป็นมาของการแปรอักษร บนแสตนด์ธรรมศาสตร์

 

นรุตม์ชัย: งานฟุตบอลประเพณีครั้งแรก เป็นการแข่งขันฟุตบอลของเด็กสวนกุหลาบ ที่อยู่ที่ธรรมศาสตร์ และจุฬาฯ มันเริ่มจากกีฬา ส่วนการเชียร์ เมื่อก่อนก็เป็นการเชียร์ธรรมดา ส่วนแปรอักษรคือมาพัฒนาในช่วงหลัง แต่ไม่มีบันทึกว่ามีการแปรอักษรล้อการเมืองมาตั้งแต่งานบอลครั้งที่เท่าไหร่

 

ภาพจาก Pantip.com

 

แต่การแปรอักษรที่ถูกพูดถึงถึงปัจจุบัน คือการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 39 ปี 2526 ที่แปรรูป อ.ปรีดี พนมยงค์ ผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีข้อความ

 

“พ่อนำชาติด้วยสมองและสองแขน

พ่อสร้างแคว้นธรรมศาสตร์ประกาศศรี

พ่อของข้านามระบือชื่อ ‘ปรีดี’

แต่คนดีเมืองไทยไม่ต้องการ”

 

นรุตม์ชัย: สมัยนั้นเป็นครั้งแรกที่แปรด้วยร่ม กลอนบทนี้ทางชุมนุมเชียร์ไม่ได้คิดเอง แต่เอามาจากกลอนในปฏิทินของสหกรณ์ออมทรัพย์ธรรมศาสตร์ ความยิ่งใหญ่หรือความน่าประทับใจของปีนั้น คือ ในสมัยนั้น ไม่มีใครกล้าพูดถึง อ.ปรีดี

 

อ.ปรีดี ไปลี้ภัยที่ฝรั่งเศส ในช่วงนั้นไม่มีใครกล้าพูดถึง อ.ปรีดี เพราะยังมีความคลุมเครือเรื่องคดีต่างๆ แต่ว่าทางชุมนุมก็อยากพูดเรื่องท่าน ก็เลยแปรอักษรชุดนี้ เท่าที่อ่าน ตอนนั้นทางชุมนุมก็กลัวนะ แต่วิเคราะห์แล้วว่าอยากเป็นข้อความที่ส่งไปในสังคม และก็เป็นข้อความที่อิมแพ็คต่อสังคมจริงๆ คนก็กลับมาพูดถึง อ.ปรีดี มีหลากหลายมุมมองต่อท่าน

 

ในปีนั้น อ.ปรีดี ก็ส่งจดหมายมาขอบคุณทางชุมนุม ซึ่งปีนั้นก็เป็นปีเดียวกับที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม ปัจจุบันจดหมายฉบับนั้นเก็บไว้ที่ตึกโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

นรุตม์ชัย รงคุปตวนิช หัวหน้าฝ่ายภาพแปรอักษร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 69

 

การแปรอักษรล้อการเมืองกับความกดดัน

นรุตม์ชัย: เวลาชุมนุมครีเอตตัวภาพแปรอักษรล้อการเมือง สิ่งที่โฟกัสคือการล้อ ไม่ใช่ด่า ดังนั้น วิธีคิด หรือวิธีที่ถูกสอนกันมา และส่งต่อมาถึงปัจจุบัน คือเราเริ่มด้วยเสียงหัวเราะ เริ่มด้วยความสนุกสนาน เป็นงานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ เราไม่เคยวางสถานะตัวเองว่าเป็นที่ชุมนุมทางการเมือง แต่เราเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ มันเริ่มจากเสียงหัวเรา ทุกครั้งที่ล้อการเมืองทุกครั้ง เราจะไม่ทำร้ายใคร แต่ภายใต้ความสนุกสนานตรงนั้น มันจะมีข้อความที่ถูกส่งออกไปในสังคม ในนามประชาคมธรรมศาสตร์ คือสิ่งที่เราอยากจะบอก อยากจะพูดถึง

 

ทุกรัฐบาล มันก็แตกต่างกัน เราพูดถึงรัฐบาล คนชอบคิดว่าเราด่า เราล้อแต่ รัฐบาล คสช. รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเขาอยู่มา 5 ปี แล้ว งานบอลครั้งที่ 69 ปีที่เป็นเฮดโค้ช ก็พูดถึง อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ไม่น้อย คนกลุ่มนั้นก็มาทำแปรอักษรในปีต่อๆ มา ด้วย ไม่ใช่ว่าเรารักใครไม่รักใคร แต่ใครเป็นรัฐบาล ก็มีพื้นที่ตรงนั้นให้เราเอามาพูดถึง

 

เหตุการณ์ที่เป็นที่จดจำกับการแปรอักษร

นรุตม์ชัย: ตั้งแต่งานบอลครั้งที่ 69 ที่ผ่านมา การแปรอักษรเริ่มเป็นที่สนใจ พอธรรมศาสตร์เริ่มเปิดขึ้นมา คนจะยกมือถือขึ้นมาถ่าย เมื่อไหร่ก็ตามที่แสตนด์ธรรมศาสตร์ขยับ คนจะรอฟังว่าเราพูดถึงอะไร อย่างปี 69 ที่มีการพูดถึงเรื่องการแบนละคร “เหนือเมฆ” ปี 70 ที่เราแปรอักษร “ขอประชาธิปไตยเมื่อไหร่จะคืน” ก็เป็นที่จดจำ.. ปีนั้นเป็นปีแรกของรัฐบาล คสช.

 

 

แสตนด์ธรรมศาสตร์ อย่างที่รู้ๆ จากผลงานที่ผ่านมา มันเป็นการแสดงออกเรื่องที่คนทั่วไปคิดเนี่ยแหละ แต่ผ่านวิธีการที่มีชั้นเชิง และที่สำคัญอาจจะเป็นเพราะ ความอึด ถึก ทน จนถึงขั้นบ้าของคนทำงานบอลเนี่ย เราจึงรื้อแก้งาน ได้ตลอดเวลาจนถึงนาทีสุดท้าย เพื่อให้มั่นใจได้ว่างานเราดีที่สุด ดีพอ ที่ 2,112 คน เสียสละตนเองขึ้นมาเปิด หลายคนอาจจะพูดว่า คนแปรอักษร เป็นได้แค่เพียงพิกเซล นึงบนแสตนด์ แต่เราคิดเสมอว่าเราต้องทำงานเราให้มันเจ๋งพอ ที่เขาจะภูมิใจว่าเขาคือพิกเซลที่เป็นประวัติศาสตร์

 

 

งานบอลครั้งที่ 74

นรุตม์ชัย: งานบอลทุกปีมันมีมนต์ขลัง ปีนี้เอง เท่าที่ไปดู ไปสอนเด็กๆ เด็กๆ ก็มีแนวคิดอะไรที่แตกต่าง ต้องบอกว่า เจนใหม่ๆ กล้าคิด กล้าแสดงออก ไม่ใช่กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออก ในแบบที่ว่า ฉันอยากจะด่า แต่เด้กมีความคิดมาก ปีนี้เป็นพื้นที่ของเด็กอีกเจนหนึ่งจริงๆ ไปดูว่าเด็กเขาคิดอะไร พูดอะไร เขาจะทำแสตนด์ได้ดีขนาดไหน

“เกร็ดเล็กๆ ที่หลายคนอาจไม่ทราบ ภาพแปรอักษรของธรรมศาสตร์ แทบทุกภาพ ซ่อนเมสเสจไว้3 ชั้น

ชั้นที่ 1 คือ ภาพที่คนเห็น คำที่คนอ่าน นั่นแหละ ตรงไปตรงตรงมา
ชั้นที่ 2 ไม่ได้บอกตรงๆ ในภาพ แต่ดูๆ ไปก็เข้าใจได้ว่าอยากบอกอะไร

ขั้นสุดท้าย นี่แอบบอกนะ ว่าหลายภาพมี Hidden message ซ่อนอยู่ ในส่วนนี้ลองไปย้อนหาและตีความกันดู เคยเห็นคนเอาไป วิเคราะห์กันในพันทิปด้วย ถูกบ้างผิดบ้างว่ากันไป”

youtube