“สุริยะ”ปลื้มยอดตั้งโรงงาน-ศก.ฟื้นปลายปี

  • 91 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้รับการรายงานผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) โดยเฉพาะในด้านการส่งเสริมการประกอบกิจการโรงงาน ตั้งใหม่ ขยาย และการตั้งเขตประกอบการ ในปีงบประมาณ 2564 (1 ต.ค.63 – 30 มิ.ย.64) ภาพรวมทั่วประเทศมีการประกอบกิจการโรงงานใหม่ จำนวน 1,894 โรงงาน มีมูลค่าการลงทุน 225,710.24 ล้านบาท มีการจ้างงาน 58,765 คน โดยมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 62.24 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการประกอบกิจการใหม่สูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อโลหะ อุตสาหกรรมอาหาร และผลิตภัณฑ์โลหะ ตามลำดับ ในส่วนของการขยายโรงงานใหม่มีจำนวน 209 โรงงาน มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 69,083.30 ล้านบาท มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้น 35,663 คน

ขณะเดียวกันมีการเลิกประกอบกิจการโรงงานจำนวน 567 โรงงานคิดเป็นมูลค่าการลงทุน จำนวน 29,541.10 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการอนุญาตเขตประกอบการอุตสาหกรรมใหม่ ของบริษัท ไทยอีสเทิร์น อินดัสเตรียล แลนด์ จำกัด อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ที่ได้ยื่นขอรับการสนับสนุนเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรม ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาการขอรับการสนับสนุนเป็นเขตประกอบการ ด้วยทุนจดทะเบียน 510 ล้านบาท

ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกระลอกนั้น แต่ในภาพรวมของการประกอบกิจการโรงงานยังสามารถไปต่อได้ ซึ่งรู้สึกพอใจกับตัวเลขของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งที่มีการตั้งโรงงานใหม่ หรือการขยายโรงงาน เพราะส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้นจากการเริ่มฉีดวัคซีนโควิดในหลาย ๆ ประเทศ โดยในส่วนของประเทศไทย คาดว่าน่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากรัฐบาลเร่งรัดการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ประชาชน ซึ่งปัจจัยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น

นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ด้านนายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กล่าวเสริมว่า มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 กรอ.ได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 – 2564 อาทิ การยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 กว่า 56,000 โรงงาน ซึ่งเบื้องต้นผ่านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564

ภายใต้บริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการจึงมีแนวโน้มจะเผชิญความท้าทายใหม่ ๆ ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน เช่น สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การ“ปรับตัวแล้วรอด” คือการก้าวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และนำมาปรับใช้หรือต่อยอดกับธุรกิจของตนเอง เพื่อลดปัญหาการหยุด หรือเลิกกิจการ ตลอดจนการเลิกจ้างแรงงาน ลดปัญหาการว่างงานจากภาคอุตสาหกรรม

 

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้
  •  
  •  
  •  
  •  
  •