“ดีเจต้น” สามี “ใหม่ สุคนธวา” สุดทน! โดนหลอกโอนเงินเกือบ 23 ล้าน

115
แชร์ข่าวนี้

“ดีเจต้น สรพงษ์” ไม่ทนแล้ว เดินเรื่องจัดการ โดนหลอกโอนเงินเกือบ 23 ล้านบาท แชร์เรื่องราวเป็นอุทาหรณ์ รู้ทันการฉ้อโกงในการทำธุรกิจ

ทำเอาคุณพ่อลูกอ่อน ดีเจต้น สรพงษ์ สามีนักแสดงสาว ใหม่ สุคนธวา อยู่นิ่งต่อไปไม่ได้ เพราะล่าสุดโดนหลอกให้โอนเงินถึง 22.9 ล้านบาท งานนี้เจ้าตัวเข้าดำเนินคดี พร้อมกับเล่าเรื่องราวให้ฟังอย่างละเอียด

โดยล่าสุด ดีเจต้น ได้โพสต์ภาพขณะเข้าดำเนินการทางกฎหมายพร้อมกับระบุข้อความว่า “ผมโดนหลอกให้โอนเงิน 22.9 ล้านบาท เกือบ 23 ล้าน ผมนั่งคิดเรื่องนี้อยู่นานมากว่าจะโพสต์เรื่องนี้ดีมั้ย แต่สุดท้ายผมอยากให้เป็นอุทาหรณ์และเป็นตัวอย่างครับ เอาเป็นว่าผมจะเล่านิทานให้ฟังนะครับ ผมดำเนินธุรกิจของผมมาสักระยะหนึ่งแล้วถ้าทุกท่านติดตามก็พอจะทราบดีเราลงทุนและร่วมธุรกิจกับหลายค่ายหลายช่องไม่เคยมีปัญหาใดๆ เลย มาถึงวันนึงผมได้คุยและตกลงทำธุรกิจกับค่าย ค่ายหนึ่งตกลงซื้อขายกันปีนึงก็หลายสิบล้านถ้าจำไม่ผิดเกิน 40 ล้านแน่นอน ก็ทำธุรกิจมาสักพักนึง เริ่มมีปัญหาเรื่องการซื้อขายบ้างแต่ไม่เยอะ มาถึงวันช่วงประมาณปลายปีที่แล้ว คนที่ทางค่ายมอบหมายให้มาประสานและดิวทุกอย่างกับบริษัท แจ้งว่าจะมีการเปิดบริษัทใหม่ ในเครือของค่ายเดิมที่ซื้อขายกันและต้องมีการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทใหม่นั้น ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าน่าจะมาจากเรื่องของรายรับรายจ่ายและการคำนวนภาษี ก็จ่ายไป โดยที่ไม่ได้สอบถามกับทางบริษัทที่เป็นมหาชนที่ตกลงซื้อขายกันตั้งแต่ครั้งแรกเพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไร

จ่ายมาสักพักนึง (ทุกครั้งเราจะชำระก่อนการบันทึกเทปล่วงหน้าอยู่แล้ว ) พักหลังๆ มาเริ่มบอกว่าผมเรื่องเยอะ ขอนั่น ขอนี่ ขอโน่น จนถึงขั้นโทรมาบอกกับผมว่าขอยุติการซื้อขายกับผม ซึ่งแพลนไปถึงจบปี 2564 แล้ว ก็มีโทรคุยกันแต่ห้ามผมคุยกับผู้บริหารท่านอื่นให้จบไปเงียบๆ ผมก็บอกว่าไม่ได้ต้องให้โอกาสผมอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตามที่ตกลงกันบางอย่างไม่ได้ตกลงกันแบบนี้ (มีการขอขึ้นราคา จากการเปิดบริษัทใหม่ที่อ้างว่าเป็นบริษัทลูกของบริษัทที่เป็นมหาชน ขึ้นมาเกือบทุกรายการที่คุยกันไป บางรายการขึ้นอีกตอนละ 5 หมื่น ) ผมไม่สามารถไปแจ้งลูกค้าได้ว่าขอขึ้นกลางคันเพราะตกลงและเซ็นสัญญากับทางผมไปแล้ว ในระหว่างการทำงานมีการพูดกับผมขอขายตรงกับลูกค้าเราได้มั้ย ? อันนี้ก็ไม่เคยเจอ จนผมทนไม่ไหว โพสต์ไป 1 รอบว่า ถ้าไม่สบายไม่ต้องทำงานด้วยกันก็ได้ (เหมือนจะเคยเป็นข่าว ไปเบาๆ )

ตัดมาที่ตรงที่เขาขอยกเลิกกับผม ผมเลิกเขาว่าขอคุยกับทางผู้ใหญ่ สุดท้ายง่ายๆ เลยครับ ทางบริษัทแม่ที่ไม่ได้รู้เรื่องบริษัทที่อุปโลกน์ขึ้นมาเลย ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นคือผมงงมากว่าคืออะไร ทำไมกล้าทำ หลอกว่าเป็นบริษัทในเครือ กินส่วนต่าง ความพีคหลังจากนั้น มาถึงตรงนี้ในระยะเวลาแค่เพียงไม่กี่เดือนผมได้จ่ายผ่านไปกับบริษัทที่หลอกผมว่าเป็นบริษัทในเครือไปทั้งหมด 22.9 ล้านกว่าๆ เกือบ 23 ล้าน

คำถามหลังจากนี้ ส่วนต่าง ? บริษัทแม่จะจัดการยังไง ? ไม่มีคำขอโทษหรือคำอธิบายอื่นใด ? การตรวจสอบยังไงดี ? *** ผมย้ำว่าผมไม่ได้มีปัญหากับทางบริษัทแม่และมีสายสัมพันธ์ที่ดี ผมมาทำธุรกิจกับที่นี่เพราะผมตอบแทนบุญคุณสมัยผมเป็นพิธีกรต๊อกต๋อยที่นี่คือจ่ายค่าตัวผม แต่วันนี้ผมมาช่วยคิดช่วยทำช่วยปรับ แต่สุดท้ายเกิดปัญหาแบบนี้ อันนี้คืออย่างไร ตามข้อกฎหมายนี่คือ ……. ถ้าท่านนั้นได้เห็นข้อความนี้ หยุดการกระทำนั้นซะ อยู่ที่ไหนก็ตามความซื่อสัตย์มีค่ามาก ผมโชคดีที่ได้คุยตรงกับCEOของบริษัทถ้าไม่อย่างนั้นผมคงโดนปั่นจนออกไปจากระบบแล้วทุกคนเข้าใจผมผิด บอกกับหลายคนว่าผมจ่ายเงินไม่ตรง ผมย้ำว่าผมจ่ายก่อนทุกครั้งและบางครั้งล่วงหน้าด้วย คิดว่าผมเรื่องเยอะ ปั่นราคา ที่ไหนได้ มีคนเล่นนอกเกม และกำลังหาลู่ทาง

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กฎแห่งกรรมตามทันเสมอ วันนี้ที่ออกมาเล่าเรื่องนี้ไม่ได้กดดันใคร ไม่อยากทำร้ายใคร แต่จำเป็นต้องทำเพราะมันคือการปกป้องชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของบริษัทผม ผมไม่ได้สร้างบริษัทนี้มาเมื่อวาน ผมเข้าใจว่าอยากรวย อยากสุขสบาย แต่เชื่อผมเถอะ อย่าทำผิดกฎหมาย ขอบคุณทุกคอมเมนท์และทุกแชร์ ครับผม ผมยินดีให้สัมภาษณ์กับทุกสื่อสำหรับเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับการทำธุรกิจสื่อโฆษณาและรู้ทันการฉ้อโกงในการทำธุรกิจนะครับ ฝากพี่ๆ สื่อติดต่อมาเลย ไม่ปฏิเสธแล้วเมื่อบ่ายปฏิเสธไป 2 สำนัก ขออภัยครับ ฝากแจ้งพี่ๆ สื่อติดต่อมาได้เลย ผมยินครับ”

ท่ามกลางแฟนๆ ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้