“ประวิตร”ลุยสกลนครดูแก้น้ำสั่งเร่งพัฒนา”หนองหาร”

164
แชร์ข่าวนี้

พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จ.สกลนคร โดยมี นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ให้การต้อนรับ จากนั้น พล.อ.ประวิตร รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ และแผนหลักการพัฒนา ฟื้นฟู บึงหนองหาร จาก สทนช. ซึ่ง “หนองหาร” นับเป็นบึงน้ำจืดธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีพื้นที่ประมาณ 77,016 ไร่ เป็นต้นน้ำของลำน้ำก่ำ ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ประชาชนในพื้นที่โดยรอบหนองหาร ประกอบอาชีพทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ในพื้นที่ 33 ตำบลในเขตจ.สกลนคร และจ.นครพนม รวม 80,750 ครัวเรือน พล.อ.ประวิตรและคณะ ได้รับทราบความคืบหน้า การดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่การบริหารจัดการทรัพยากรประมงและนิเวศสิ่งแวดล้อม จากกรมประมง ,การบริหารจัดการน้ำในหนองหาร การชะลอ หน่วง กักเก็บน้ำ จากกรมชลประทาน ,การบรรเทาอุทกภัย การปรับภูมิทัศน์ แนวเขตการท่องเที่ยว โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งการกำหนดแนวเขตหนองหาร โดยกรมที่ดิน ซึ่งปัจจุบันได้มีการสำรวจรังวัดปักหลักเขตแล้วได้ระยะโดยรอบ 81.25 ก.ม. มีเนื้อที่ 76,322-0-38 ไร่

ขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบาย โดยกำชับให้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เร่งรัดโครงการทั้งระยะสั้น จาก10 มาตรการรับมือฤดูฝน ซึ่งมีการกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และโครงการระยะยาวที่รัฐบาลกำหนดในแผนแม่บทฯ 20 ปี เพื่อแก้ปัญหา อย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำให้จังหวัด กรมชลประทาน และกรมประมง ร่วมมือกันบริหารจัดการหนองหาร ในการรับมือน้ำท่วม และใช้น้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน อย่างทั่วถึง เร่งขับเคลื่อนปรับปรุง ฟื้นฟู หนองหารให้ได้จริงจังตามแผนงาน พัฒนากลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัด อีกครั้งหนึ่ง ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ อย่างต่อเนื่อง

จากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางไปตรวจสภาพพื้นที่ โดยรอบบึงหนองหาร เพื่อดูความคืบหน้าโครงการ และรับทราบปัญหา ข้อขัดข้องซึ่งจะได้นำไปแก้ไขปรับปรุงให้ได้ผลตามเป้าหมายของโครงการ และนโยบายรัฐบาล ต่อไป พล.อ.ประวิตร ยังได้กล่าวชื่นชม ชาวสกลนคร และขอบคุณ จ.สกลนคร และหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ที่เห็นความสำคัญของการฟื้นฟูหนองหาร ร่วมกันด้วยดี ที่ผ่านมา จึงทำให้การแก้ปัญหา และการพัฒนามีความคืบหน้า อย่างน่าพอใจ

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้