พณ.ดันส่งออกข้าวพรีเมียม ผลไม้ไทยไปโอมาน

14
แชร์ข่าวนี้

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้การต้อนรับเอกอัครราชทูตรัฐสุลต่านโอมานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะเนื่องในโอกาสรับหน้าที่และหารือประเด็นการส่งออกข้าวไทยและสินค้าฮาลาล ว่า โอมานมีประชากรประมาณ 5 ล้านคน เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการเป็นTrader ในตะวันออกกลาง ซึ่งสำหรับไทยโอมานจะเป็นประตูส่งออกสินค้าไทยไปสู่ตลาดอื่นๆในตะวันออกกลางได้

 

เนื่องจากโอมานเป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางที่อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุดและมีทางออกสู่ทะเล ถือเป็นคู่ค้าอันดับ 6 ของไทยในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ในปี 2563 มีมูลค่าการค้าระหว่างกัน 29,260 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปโอมาน 11,000 ล้านบาท ซึ่งยังขาดดุลอยู่ เพราะนำเข้าน้ำมันจากโอมาน

 

แต่ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการค้าเพิ่มขึ้น 110% การส่งออกไทยไปโอมาน เพิ่มขึ้น 35% มูลค่าการส่งออก 10 เดือนแรก ประมาณ 13,000 ล้านบาท สินค้าไทยที่ส่งออกไปโอมาน เช่นรถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง ตู้เย็น อาหารทะเลกระป๋อง และสินค้าอื่นๆ

 

โดยการหารือในวันนี้ มีความเห็นร่วมกันที่จะช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากขึ้นโดยเฉพาะการค้าการลงทุน เร่งรัดให้มีการรับรองตราฮาลาลของประเทศไทยโดยโอมาน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะหากโอมานให้การรับรองตราสินค้าต่างๆ การส่งออกสินค้าจะทำได้สะดวกคล่องตัวและสร้างภาพลักษณ์ให้ได้รับความเชื่อถือจากประชากรโอมานและกลุ่มประเทศตะวันออกกลางมากขึ้น

 

นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการทำ MOU ระหว่างการยางแห่งประเทศไทยกับโอมานเพื่อสนับสนุนให้มีการนำยางพาราของไทยไปทำถนนในโอมานและกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เพราะถนนยางพาราสามารถทนต่ออากาศร้อนได้สูง ขณะนี้ได้มีความคืบหน้าแต่ติดขัดช่วงโควิด

และยังขอให้โอมานช่วยนำเข้าสินค้าไทยไปยังโอมานมากขึ้น เช่น ข้าวคุณภาพสูง ยางพารา เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ อาหารกระป๋อง ผลไม้ ซึ่งมะขามหวานเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงมากในโอมาน พร้อมทั้งเชิญชวนให้โอมานร่วมงานแสดงสินค้าของไทยที่จะจัดในปี 2565 อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair งาน THAIFEX ANUGA Asia ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหาร และ งาน Bangkok Style

 

ในขณะที่โอมาน อยากเห็นประเทศไทยไปเปิดตลาดหรือแสดงสินค้าของไทยในโอมาน เช่นเดียวกับที่เปิดศูนย์กระจายสินค้าที่บาห์เรน ซึ่งตนเห็นด้วยและจะหาลู่ทางเพิ่มเติม รวมถึงการแลกเปลี่ยนการเดินทางเยือนระหว่างกันทั้งภาครัฐและเอกชนในอนาคต

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้