นายกฯรับแล้วเป็นนักการเมืองขออยู่ครบเทอม

  • 77 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 7
  •  
  •  
  •  
  •  
    7
    Shares

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19(ศบศ.) ถึงช่วงที่เหมาะสมในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะเป็นสนามเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าต้องดูสถานการณ์ที่เหมาะสม คือความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความขัดแย้งต่างๆต้องลดลง เพราะสิ่งที่เป็นห่วงคือความมั่นคงและความมีเสถียรภาพของบ้านเมืองมาก่อน เมื่อมีความพร้อมก็เลือกตั้งไป ซึ่งก็สุดแล้วแต่ ให้ไปถามคนเกี่ยวข้องว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อยเมื่อใดก็พร้อมเลือกตั้ง

 

เมื่อถามย้ำว่า หมายถึงสนามเลือกตั้งกทม. ใช่หรือไม่นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ใช่ ที่ได้บอกแล้วว่าการเลือกตั้งจะเกิดในปี65 ซึ่งสถานการณ์ต้องมีความพร้อมสงบเรียบร้อยต่อยตีกันไปไม่เกิดประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ส่วนที่ช่วงนี้มักย้ำถึงการเป็นนายกฯ ในกรอบกฎหมาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังเป็นรัฐบาลอยู่ไม่ใช่เหรอ

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่าถึงการอยู่ถึงมี.ค. 66 ตาม กรอบกฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น ซึ่งจะอยู่ถึง 67 ได้เหรอ ก็ต้องปี 66 ถ้าบ้านเมืองสงบสุขเราก็อยู่ให้ครบวาระไปให้มีอุบัติเหตุทางการเมือง อะไรขึ้นมาให้มันเสียหาย ให้บ้านเมืองไปได้ เพราะผมก็ทำอะไรหลายอย่างไว้แล้ว ไม่ใช่ทำเพื่อคะแนนเสียง แต่ทำให้ประชาชนและประเทศชาติมีแผนงานอนาคตไว้เยอะแยะไปหมดก็ลองเปรียบเทียบดูก็แล้วกัน” แต่นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบว่า มีความตั้งใจจะอยู่ให้ครบวาระใช่? โดยได้ถอนหายใจ

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นนักการเมืองแล้ว เพราะเป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งก็ต้องเป็นนักการเมืองและเป็นอดีตทหารเกษียณแล้วจะให้ต้องตัดยศออกหรืออย่างไร เป็นยศที่พระราชทาน

 

ส่วนเมื่อเป็นนักการเมืองเต็มตัวแล้ว มีโอกาสไปลงเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ก็ต้องว่ากันเรื่องของอนาคต” ส่วนจะลงเลือกลงเลือกตั้งเขตโคราชบ้านเกิดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เลอะเทอะ ก็บอกว่ายังไม่ถึงเวลาอย่าเพิ่งถามตอนนี้”

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าวันนี้นายกรัฐมนตรี อารมณ์ดีตอบคำถามสื่อมวลชนในทุกประเด็น พร้อมย้ำกับสื่อมวลชนว่า นายกรัฐมนตรีใจดีไหมล่ะ

 

ส่วนกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเห็นชอบตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ในรูปแบบ Entertainment Complex เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ว่าเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ที่ส.ส.เสนอมา ดังนั้นให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ? (กมธ.) ที่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม

 

อย่างไรก็ตาม ขอให้ดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศรอบบ้านที่มีการแอบไปเล่นกันจำนวนมาก ย้ำว่าให้สภาพิจารณาเพราะตนไม่ได้เสนอและไม่ขอออกความเห็น ส่วนตัวตอบไม่ได้เป็นเรื่องของประชาชน

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้
  • 7
  •  
  •  
  •  
  •  
    7
    Shares