สุดจะอึ้งโจรบุกลักรอบที่ 10 วิกฤตผู้ค้าต้นไม้

208
แชร์ข่าวนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุโจรกรรมต้นไม้มงคลที่มีราคาสูงในร้านค้าต้นไม้ย่านบ้านศาลาบางปู ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ยังเป็นปัญหาใหญ่แม้ว่าก่อนหน้านี้ป้ายข้อความส่งสารถึง “คุณโจร” ได้ถูกติดตั้งและถูกขอร้องให้ปลดป้ายจากเจ้าหน้าที่หลังจากที่จับกุมได้ 3 ราย แต่เรื่องนี้กลับดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังหาทางออกไม่ได้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. 65 มีรายงานว่าผู้ประกอบการได้นำป้ายที่เพิ่งปลดออกไปเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านี้กลับมาติดตั้งหน้าร้านอีกครั้งด้วยความคับแค้นใจ เช่นที่ร้านกร-กันต์พันธุ์ไม้ ย่านศาลาบางปู ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ติดตั้งป้ายข้อความ “ขอร้องคุณโจร” บริเวณหน้าร้านเป็นที่สะดุดตาผู้พบเห็น หลังจากที่โจรได้เข้าก่อเหตุโจรกรรมต้นไม้ราคาแพงในร้านอีกครั้งเป็นครั้งที่ 10 โดยไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ โดยหลังจากได้เข้าแจ้งความเป็นครั้งที่ 5 จากเหตุการณ์ทั้งหมด 10 ครั้ง ตำรวจงานสืบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุบันทึกภาพและรับว่าจะติดตามคนร้ายอย่างเร่งด่วน

ส่วนในที่เกิดเหตุพบว่าคนร้ายได้เข้าไปก่อเหตุโจรกรรมต้นไม้จำพวกไม้กระถางซึ่งเป็นไม้มงคล บริเวณโรงเรือนเลี้ยงต้นไม้ก่อนส่งขายด้านหลังสุดของร้าน คนร้ายใช้วิธีการถอนต้นไม้และทิ้งดินทิ้งกระถางไว้เกลื่อนพื้น โดยรอบนี้เป็นรอบที่ 10 ของการก่อเหตุเฉพาะร้านนี้ มีต้นไม้ที่หายไปเฉพาะรอบนี้จำนวน 70 ต้นมูลค่าประมาณ 35,000 บาท ยังไม่นับร้านอื่นๆที่ถูกก่อเหตุอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน น่าเชื่อว่าคนร้ายก่อเหตุเป็นขบวนการมีผู้รับหน้าที่โจรกรรมและมีผู้รับซื้อ จากพฤติกรรมการเลือกต้นไม้ที่ขึ้นชื่อและมีราคา การถอนไปนั้นจะต้องมีโรงเรือนเพาะอนุบาลให้ฟื้นตัวก่อนส่งขาย

นายสุทธินันท์ เจ้าของร้านระบุว่าไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรแล้ว ก็ต้องขึ้นป้ายขอร้องคุณโจรอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้วความเสียหายกว่า 3 แสนกว่า รอบนี้ต้องติดป้ายอีกครั้ง ไปขอแจ้งความครั้งนี้แล้วเขาได้ลงบันทึกประจำวันไว้ให้บอกว่าจะต้องไปต่อกับ 3 ครั้งที่แล้วที่ไปแจ้ง ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วคิดไม่ออกขอร้องตำรวจว่าช่วยหน่อยโดนไปเยอะเสียหายไปเยอะแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าการก่อเหตุของคนร้ายกลายเป็นวิกฤติการณ์ของผู้ประกอบการย่านนี้ทุกร้านได้พยายามติดตั้งวงจรปิดแต่คนร้ายได้เตรียมตัวมาดีใช้วิธีเลือกมุมที่กล้องจับภาพไม่ได้ หรือถ้าจับได้ก็ไม่ชัดเนื่องจากจะก่อเหตุกลางคืนและใช้ผ้าคลุมหน้า คลุมศีรษะเป็นไอ้โม่งตรวจสอบได้อย่างยากลำบาก ก่อนหน้านี้มีการจับกุมได้ 3 ราย เท่านั้นขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ขอร้องให้ผู้ประกอบการปลดป้ายลงซึ่งผู้ประกอบการก็ให้ความร่วมเป็นอย่างดี แต่ยังคงมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องความเสียทุกร้านรวมกันไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาทแล้ว จนต้องขึ้นป้ายข้อความกลับไปอีกครั้ง

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้