ทีมศก.เพื่อไทย เตือนนายกฯ ระวังไทยเหมือนศรีลังกา

102
แชร์ข่าวนี้

นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงตามที่จะมีการปรับขึ้นราคาค่าไฟฟ้าจากหน่วยละ 4 บาท ขึ้นเป็นหน่วยละ 5 บาทหรือสูงกว่านั้น ในงวดเดือนกันยายน ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก การขึ้นราคาค่าไฟฟ้ากว่า 25% จะเป็นภาระที่หนักอึ้งให้กับประชาชนที่แบกรับค่าใช้จ่ายและแบกรับค่าครองชีพที่พุ่งสูงอยู่แล้วให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก จึงอยากเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี เข้ามาแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าที่กำลังจะพุ่งสูงนี้โดยด่วน

ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าของไทยผลิตจากก๊าซธรรมชาติถึงกว่า 60% โดยก๊าซธรรมชาติที่ไทยขุดและผลิตได้เองลดลงเหลือ 65% มีการนำเข้า 35% ตนได้ออกมาเตือนตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้วว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้ง
ของผู้ประมูลสัมปทานรายใหม่กับผู้ได้รับสัมปทานรายเดิม ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ควรจะต้องหาข้อยุติข้อพิพาทในเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อจะได้มีการนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่มีราคาถูกกว่าขึ้นมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้เพื่อลดต้นทุน
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะเร่งเจรจาแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อน ไทย-กัมพูชาเพื่อนำก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกขึ้นมาใช้แทนการนำเข้าก๊าซ LNG ที่มีราคาแพงเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า เพื่อให้ราคาค่าไฟฟ้าถูกลงได้อีกและยังสามารถแยกก๊าซเพื่อนำวัตถุดิบป้อนเข้าธุรกิจปิโตรเคมีได้ด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่า ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าเกินความต้องการสูงถึงกว่า 50% ซึ่งทำให้ ไทยต้องจ่ายค่าความพร้อมให้กับโรงงานผลิตไฟฟ้าที่สร้างเสร็จแล้วแต่ไม่ได้จ่ายไฟฟ้าเพราะผลิตเกินความต้องการดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์จึงต้องหยุดให้ใบอนุญาตการผลิตไฟฟ้าได้แล้ว และต้องเจรจาลดค่าความพร้อมลง เพื่อลดราคาค่าไฟฟ้าให้ลดลงมาได้

ทั้งนี้ หากพล.อ.ประยุทธ์มีวิสัยทัศน์ที่ดีจริงต้องมองออกแล้วว่าตนเองไปไม่ไหวและควรจะต้องออกไปได้แล้ว เพราะปัญหาปัจจุบันเกินมือ และ เกินความรู้ความสามารถของพล.อ.ประยุทธ์แล้ว รีบเปลี่ยนแปลงและอย่ารอปล่อยให้ประเทศไทยกลายเป็นเหมือนศรีลังกาเลย เพราะประเทศจะล้มละลายและจะสายเกินแก้

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้