พังงาช่วยประมงหาข้อยุติก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น

65
แชร์ข่าวนี้

ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีชาวประมงพื้นบ้านชุมชนเขาปิหลาย ที่บริเวณชายหาดเขาปิหลาย หมู่ 14 ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ได้รับความเดือดร้อนในการจอดเรือหลบลมมรสุมในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงและคลื่นลมแรงมานานร่วม 100 ปี กระทั่งมีนายทุนอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในนาม บริษัท ปิยาลัย โฮลดิงส์ จำกัด ทำโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแนวชายหาด

ทำให้กลุ่มประมงพื้นบ้านไม่มีพื้นที่จอดเรือ ขณะมีคลื่นซัดฝั่งรุนแรงอีกทั้งน้ำทะเลหนุนเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ชาวเรือต้องนำเรือขึ้นเกยชายฝั่งเพื่อหลีกหนีคลื่นลมในทะเลซึ่งสร้างความเสียหายแก่เรือและอุปกรณ์หาสัตว์น้ำ ทำให้กลุ่มประมงได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กรประมงท้องถิ่นเขาปิหลาย ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอตะกั่วทุ่ง เรียกร้องให้มีการตรวจสอบและเปิดเวทีเจรจา

ล่าสุดทาง นายพจน์ หรูวรนันท์ ปลัดจังหวัดพังงา พร้อม นายอำเภอตะกั่วทุ่ง เจ้าท่าฯพังงา สทช.6 ที่ดินอำเภอตะกั่วทุ่ง อบต.โคกกลอย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านตัวแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน และ กลุ่มประมงพื้นบ้าน ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม ที่ทำการ อบต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

โดยมีการเจรจา แก้ปัญหาดังกล่าวจนเป็นที่น่าพอใจโดยสรุปว่าให้นายอำเภอตะกั่วทุ่งเปิดเวทีกลุ่มย่อย สอบถามปัญหาและข้อเรียกร้องของชาวประมง จากนั้นจะนัดฝ่ายเจ้าของที่ดินเข้าเจรจาอีกครั้ง โดยทางบริษัทเอกชน แจ้งว่าก่อนหน้านี้ได้เสนอให้ทางกลุ่มประมงพื้นบ้านในเรื่องการจอดเรือเพื่อช่วยแก้ปัญหาไปแล้วแต่ทางกลุ่มประมงปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

โดยนายพล ศรีรัฐ ประธานองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น (อนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ) ชาวประมงพื้นบ้านที่อาศัยในบริเวณดังกล่าวทราบว่า ก่อนหน้านี้ชาวประมงได้พูดคุยนอกรอบกับทางตัวแทนผู้ถือกรรมสิทธ์ที่ดิน แต่ไม่เป็นผล จึงยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอตะกั่วทุ่ง โดยมีข้อเรียกร้องให้ภาครัฐดำเนินการตรวจสอบ แนวเขตกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว อีกเรื่องคือทาง อบต.โคกกลอย อนุญาตให้มีการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นได้อย่างไรมีการศึกษาผลกระทบหรือไม่

ด้านตัวแทนบริษัท กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ซึ่งถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินถูกต้องตามกฎหมายเห็นว่ามีน้ำทะเลหนุนสูงคลื่นซัดสร้างความเสียหายจนเริ่มเข้าแนวเขตที่ดิน จึงต้องทำการก่อสร้างแนวกันคลื่นกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่งซึ่งอยู่ในพื้นที่กรรมสิทธิ์และตรงตามกฎหมายกำหนดไว้ ส่วนการแก้ปัญหาให้ชาวประมงนั้นทางบริษัทฯเคยเสนอที่จอดเรือ

รวมถึงอุปกรณ์การลากจูงเรือให้ทางกลุ่มประมงแล้วแต่ถูกปฏิเสธ กระทั่งการประชุมเจรจาครั้งนี้ ทางบริษัทพร้อมรับฟังข้อเสนอเพื่อได้อยู่ร่วมกันได้ ซึ่งทางบริษัทฯมีความจำเป็นสร้างแนวกันคลื่นเพื่อความชัดเจนในการเสนอให้นักลงทุนต่างชาติได้พิจารณาลงทุนการท่องเที่ยวในพื้นที่ พร้อมเปิดให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการสร้างงานและรายได้เข้า

ทางปลัดจังหวัดพังงา กล่าวว่า ผลสรุปการประชุมครั้งนี้นับว่าเป็นผลดีทั้งทางบริษัทและกลุ่มประมงพื้นบ้าน โดยจะมีการประชุมกลุ่มเล็กทางนายอำเภอตะกั่วทุ่งเป็นประธานหารือความต้องการเพื่อเป็นข้อเสนอจากชาวประมงให้แก่ทางบริษัทและร่วมกันหาทางออก ส่วนภาครัฐเบื้องต้นไม่พบว่าการก่อสร้างแนวกันคลื่นของทางบริษัทฯจะขัดกับกฎหมายด้านต่างๆ

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้