เพื่อไทย ชี้รัฐประหาร2 รอบประเทศเสียหายร้ายแรง

33
แชร์ข่าวนี้

น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ (อรุณี กาสยานนท์) รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสันครบรอบ 16 ปีของการทำรัฐประหารรัฐบาลภายใต้การนำของนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 ว่า การเกิดขึ้นของรัฐประหารในปี 2549 และในปี 2557 ส่งผลเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้ รวม 4 ด้าน ได้แก่

1 .วิกฤตศรัทธาต่อระบบราชการและกระบวนการยุติธรรมถดถอยตกต่ำ ทำให้ระบบอุปถัมภ์ เส้นสายแข็งแรงขึ้น จนทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อระบบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

2.ส่งผลต่อการทุจริตคอร์รัปชันเพิ่มขึ้น จะเห็นว่าการทำรัฐประหารที่ใช้ข้ออ้างว่านักการเมืองโกงกิน ทุจริตคอรัปชั่น แต่ที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่าการทำรัฐประหารไม่ได้แก้ปัญหาทุจริตแต่อย่างใด จากการจัดอันดับในปี 2564 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา อยู่อันดับที่ 104 ตกต่ำสุดในรอบ 20 ปี แต่ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลพลเรือนของ นายทักษิณ อยู่ในอันดับที่ 59

3.รัฐบาลกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชน จากสถิติในปี 2565 ยอดรวมผู้ถูกดำเนินคดีกว่า 1,808 คน และเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 280 ราย พวกเขาหมดอนาคต เพียงเพราะความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาล

4.การเติบโตทางเศรษฐกิจถดถอย รัฐบาลสืบทอดอำนาจที่ไร้ซึ่งความรู้ ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อต้องเจอกับวิกฤตโรคระบาดใหม่อย่างโควิด-19 จึงไม่สามารถบริหารประเทศภายใต้วิกฤตได้

นอกจากนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์สร้างกติกาเพื่อให้ตนเองอยู่ในอำนาจมาถึง 8 ปี ทุกวันนี้คนไทยยังคงจนลง รัฐบาลขยันสร้างหนี้เพิ่ม หาเงินไม่เป็น และใช้เงินเก่งมือเติบ สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่มาจากทหารได้อย่างชัดเจนที่สุด

ผ่านมา 16 ปี กับการทำรัฐประหาร 2 ครั้ง ไม่สามารถนำพาประเทศพ้นจากความจน ตรงกันข้ามกลับจมดิ่ง ล้าหลังและเสื่อมถอย หากรัฐบาล นายทักษิณ
ได้มีโอกาสบริหารประเทศ 8 ปี

เหมือนที่พลเอกประยุทธ์ทำ ประเทศไทยวันนี้คงกลายเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย นำพาประเทศไทยยืนผงาดในเวทีโลก ทั้งหมดคือบทเรียนที่มีค่าที่คนไทยต้องตระหนัก และกำจัดรัฐประหารให้สูญพันธ์ เพราะมันไม่ใช่คำตอบของสังคมไทย

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้