“ชวน” เดินหน้าชน “ทักษิณ” พิสูจน์ความจริง “กรือเซะ-ตากใบ”

60
แชร์ข่าวนี้

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการประธานรัฐสภา โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากการที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ได้มอบอำนาจให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดี “นายชวน หลีกภัย” จากเหตุการณ์วันที่ 28 ตุลาคม 2555 เมื่อครั้งที่ นายชวน หลีกภัย ได้ไปบรรยายในงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้พูดถึงกระบวนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อครั้งนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เกิดความผิดพลาด

“ทักษิณ ชินวัตร” จึงมอบอำนาจให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องเฉพาะข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาต่อมาพนักงานสอบสวนมีการนัดหมายเวลา แต่เนื่องจากมีเวลาไม่ตรงกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนกระทั่งคดีเงียบหายไป จนทุกฝ่ายคิดว่าคดียุติไปแล้ว แต่ปรากฏว่าคดีดังกล่าวยังไม่ยุติพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ก็ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และพนักงานอัยการก็เห็นควรสั่งฟ้องเช่นกัน

เมื่อตนได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนว่า คดีดังกล่าวจะหมดอายุความวันที่ 28 ตุลาคม 2565 และให้ไปพบพนักงานอัยการในวันที่ 25 ตุลาคม 2565 เพื่อนำตัวส่งพนักงานอัยการเพื่อส่งตัวฟ้องศาล เวลาที่เหลือมีแค่ 3 วันก็จะหมดอายุความ (อายุความคดีนี้ 10 ปี) ความหมายคือคดีนี้จะยุติด้วยเหตุหมดอายุความในวันที่ 28 ตุลาคม 2565 นี้ และจะไม่สามารถดำเนินคดีกับนายชวน หลีกภัย ได้อีกต่อไป

จากนั้นตนก็ได้รับโทรศัพท์จากท่านชวน หลีกภัย ที่สอบถามถึงเรื่องคดีนี้ โดยสาระสำคัญหลักการที่ท่านชวนย้ำอย่างชัดเจนคือ “ราเมศอย่าให้คดีขาดอายุความ องค์กรตำรวจ องค์กรอัยการจะเสียหาย ได้ จะต้องยึดหลักในการเคารพกฎหมาย ทุกคนจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ผมพร้อมสู้คดี”

ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของวันที่ 25 ตุลาคม 2565 ที่ตนในฐานะทนายความ ดำเนินการประสานทุกฝ่ายเพื่อเข้าพบพนักงานอัยการส่งตัวฟ้องศาล พิมพ์ลายนิ้วมือ เดินทางไปพบพนักงานอัยการและไปศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อให้พนักงานอัยการได้นำตัวไปฟ้องต่อศาล และทำการประกันตัว

จากการที่เหลือเวลาเพียง 3 วัน ที่จะขาดอายุความ มีคนแนะนำว่าให้ดึงเวลาเพื่อให้ขาดอายุความคดีจะได้จบไป แต่ท่านชวน หลีกภัย ไม่เลือกเส้นทางดังกล่าว แต่ยังคงยึดมั่นในหลักการความถูกต้อง เป็นตัวอย่างในการเคารพกฎหมาย อยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน

นายราเมศ ยังระบุในตอนท้ายว่า ในส่วนของเนื้อหาคดีขออนุญาตไม่กล่าวถึง แต่งานนี้รับประกันว่า น่าติดตามชมไม่น้อยกว่าคดียุบพรรค และคดีทุจริตจำนำข้าว เพราะข้อเท็จจริงทั้งหมดในสมัยรัฐบาลทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่กรือเซะ เหตุการณ์ที่ตากใบ เหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์จากการปราบปรามยาเสพติดจะถูกยกขึ้นมาชำแหละอีกรอบหนึ่งผ่านคดีนี้ อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้