ผู้ร่วมก่อตั้ง Android เผยโฉมต้นแบบ Android ก่อนเวอร์ชั่นจริงครั้งแรก ว่าไม่เคยคิดลอก iPhone

64
แชร์ข่าวนี้

หลายคนก็คงจะคิดอยู่ว่าการมาของ Android ทั้งหลายนั้นลอกการบ้าน iPhone มาจริงๆ หรือเพราะตั้งแต่การออกแบบทัชสกรีนและอื่นๆ ที่เผยออกมานั้นก็ดูทิศทางจะไปแบบนั้นหมด รวมไปถึง Mark Zuckerberg ผู้บริหาร Meta ที่ได้พูดกับ Business Insider จนทำให้ 2 ผู้เคยอยู่ในทีมพัฒนา Android ออกมาตอบโต้ทาง Twitter

บุคคลที่ว่านั้นก็คือ Rich Miner และ Dianne Hackborn ซึ่งถือว่า 2 คนนี้เป็นบุคคลที่ทำให้เกิด Android อย่างจริงจัง

ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องรู้เลยว่า ผู้สร้าง Android ไม่ได้เป็นของ Google ตั้งแต่แรก แต่ไอเดียนี้ไปถูกใจ Larry Page ผู้บริหาร Google ในเวลานั้น จึงซื้อกิจการของ Android Inc. เพราะแนวคิดคือกลัว Microsoft ที่กำลังทำ Windows Mobile ผูกขาดการตลาด ซ้ำรอยกับ PC จึงต้องการสร้าง Android มาแข่งกับ Windows Mobile

an

โดยรุ่นแรกจะมี 2 Hardware แบ่งออกเป็น Sooner จะเป็นมือถือที่ออกมามีหน้าตาแบบ BlackBerry ตั้งในให้วางขายเร็วที่สุด และอีกรุ่นคือ Dream ที่ทำเป็นระบบจอสัมผัส ที่ทีม Android ตั้งใจทำก่อน iPhone จะเปิดอีก

แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ Sonner ไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่จึงทำให้ต้องพับโครงการและหันไปพัฒนา Dream รุ่นเดียวเท่านั้น โดยภาพ Render แรกของ Dream ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน เผยโฉมครั้งแรกก่อน iPhone เปิดตัว 5 เดือนเต็ม จนถูกพัฒนาเป็น T-Mobile G1 และวางขายในที่สุด

แต่นอกสหรัฐฯ มือถือรุ่นนี้ถูกเรียกชื่อว่า HTC Dream นั่นเอง

htc-dream-3

HTC Dream

นอกจากนี้ Miner ยังเล่าว่า Steve Jobs กลับไม่พอใจที่ Google ตัดสินใจทำ Android ทำให้ทีมงานต้องปรับดีไซน์เล็กน้อยก่อนเปิดตัวเพื่อเอาใจอีกฝั่งนึ่งที่เป็น Partner รายสำคัญของ Google แต่ก็ยังยืนยันว่า Android พัฒนาโดยไม่มีข้อมูลของ iPhone แต่อย่างใด นอกจากนี้อีกเรื่องที่ต้องรู้คือ การทำ Apps Market นั้น Android เริ่มทำตั้งแต่ พฤศจิกายน 2007 แต่ Apple เริ่มในช่วงเดือนมิถุนายน 2008 นั่นเอง

สิ่งที่เกิดขึ้นของเหตุการณ์นี้ทำให้ Windows Phone ที่พัฒนาตามหลังพยายามนำไปเทียบกับ iPhone มากขึ้น ทั้งๆ ในความเป็นจริงก็ต้องเจอกับ Android มากกว่า

และเรื่องสุดท้ายที่มีการพูดในบทความนี้เกี่ยวกับทิศทางต่อไปของ Smart Phone และการต่อยอด ทางด้าน Dianne Hackborn ได้พูดเกี่ยวกับส่วนนี้ว่า Smart phone เป็นสินค้าที่ขึ้นอยู่กับคนจะซื้อมาใช้ การและสามารถต่อยอดไปทางต่างๆได้ และมีการพัฒนาที่ดี เมื่อเทียบกับตลาดของแว่น VR ที่สร้างขึ้นจากจุดเริ่มต้นนั้นการประสบความสำเร็จที่แตกต่างกัน ทั้งนี้จะต้องดูการเข้าถึงของคนด้วยว่า จริงๆ แล้ว เกิดความต้องการนำมาใช้งานหรือเปล่า

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Twitter ของ Rich Miner,Twitter ของ Dianne Hackborn

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้