คมนาคม เผย 7 แนวทางลดแออัดสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง

49
แชร์ข่าวนี้

ตามที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบการให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชนและนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าและออกประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานหลัก ทั้งสุวรรณภูมิและดอนเมืองนั้น กระทรวงคมนาคมจึงได้ตั้งคณะทำงานบูรณาการการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และมีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่ง ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อเร่งแก้ปัญหาความแออัดของผู้โดยสารในพื้นที่ท่าอากาศยานตามนโยบายรัฐบาล

ดังนั้น กระทรวงคมนาคม จึงได้ประชุมคณะทำงานบูรณาการการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ครั้งที่ 2/2565 เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบายและข้อสั่งการ โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฯ

ทั้งนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบ ให้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ปัญหาความแออัดของผู้โดยสาร ในระยะเร่งด่วน เพื่อความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยมีแนวทางการดำเนินการ

1. ความคับคั่งบริเวณจุดตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า ทสภ. ทสภ. ดำเนินการแก้ไขโดยจัดระเบียบการต่อแถวเป็นรูปแบบ Snake Line เพื่อให้มีความเป็นระเบียบยิ่งขึ้น และติดป้ายแจ้งระยะเวลารอรับบริการให้ผู้โดยสารทราบ รวมทั้งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและตรวจเอกสารการเดินทาง นอกจากนี้ ได้บูรณาการร่วมกับกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเต็มทุกเคาน์เตอร์ในช่วงชั่วโมงที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก ซึ่งทำให้สามารถระบายผู้โดยสารได้ทั้งหมดภายในระยะเวลา 30 นาที โดยผู้โดยสารใช้เวลาต่อคิวรอตรวจหนังสือเดินทางเฉลี่ย 15 นาทีต่อคน

2. ความคับคั่งของผู้โดยสารบริเวณโถงสายพานรับกระเป๋าขาเข้า ณ ทสภ. ทอท. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทผู้ประกอบการให้บริการภาคพื้น โดยตรวจสอบเวลาลำเลียงสัมภาระใบแรกของแต่ละเที่ยวบิน กรณีที่พบว่า มีการลำเลียงสัมภาระล่าช้าเกินกว่า 15 นาที จะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการดูแลผู้โดยสารบริเวณสายพานและแจ้งผู้ให้บริการภาคพื้นที่เร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น ปัจจุบัน ทสภ. สายพานรับกระเป๋าขาเข้าภายในประเทศ 4 สายพาน ขาเข้าระหว่างประเทศ 18 สายพาน และรถเข็นกระเป๋าสัมภาระ จำนวน 11,100 คัน

3. ความคับคั่งบริเวณจุดรอรถแท็กซี่ ทสภ. ได้ดำเนินการขยายพื้นที่รอคอยกดตั๋วแท็กซี่ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการเพิ่มการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้บริการ

4. ความหนาแน่นของรถยนต์บริเวณชานชานชาลา อาคารผู้โดยสาร ทดม. ดำเนินการในระยะเร่งด่วน โดยตรวจสอบสภาพการจราจรผ่านทางกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของศูนย์รักษาความปลอดภัย เพื่อบริหารจัดการการจราจรได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งจัดให้มี Passenger and Taxi Drop Lane เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณชานชาลาขาออก ซึ่งผู้โดยสารสามารถเดินเข้าสู่ทางเชื่อมมายังภายในอาคารผู้โดยสารได้ทันที สำหรับในช่วงเวลาเร่งด่วน ทดม. จัดเจ้าหน้าที่บริหารจัดการการจราจรรถแท็กซี่ให้ใช้เส้นทาง TAXI DROP LANE อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันสามารถระบายการจราจรบริเวณชานชาลาขาออกให้มีความคล่องตัวขึ้น

5. ความหนาแน่นบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน ในระยะเร่งด่วน ทดม. ได้นำระบบ Real Time Passenger Tracking Monitor มาใช้ตรวจสอบความหนาแน่นผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ทราบความหนาแน่นของจำนวนผู้โดยสารที่รอคิว หากพบว่ามีผู้โดยสารรอคิวใช้บริการจำนวนมาก ทดม. จะแจ้งให้สายการบินทราบ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่และเพิ่มจำนวนเคาน์เตอร์เช็กอินให้เหมาะสมกับปริมาณผู้โดยสาร โดยมีหน้าจอแสดง เวลา และสถานะคิวเพื่อให้ผู้โดยได้ตัดสินใจในการใช้บริการ สำหรับแผนระยะกลาง ทดม. ได้ติดตั้งระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับการบริการที่สะดวกรวดเร็วและลดระยะเวลาการรอคิวเข้าเช็กอิน ซึ่งจะสามารถให้บริการได้ในเดือน ก.พ.66

6. ความหนาแน่นบริเวณจุดตรวจค้น ในระยะเร่งด่วน ทดม. ได้นำระบบ Real Time Passenger Tracking Monitor มาใช้ ซึ่งแสดงให้เห็นความหนาแน่นของจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งหากพบว่ามีความหนาแน่นของผู้โดยสารจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ ทดม. จะเร่งจัดระเบียบคิวให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร รวมทั้งมีหน้าจอแสดงเวลาการรอคิวให้ผู้โดยสารทราบ สำหรับแผนระยะกลาง ทดม. เตรียมเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจค้นในการให้บริการ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

7. จุดตรวจหนังสือเดินทาง ทดม. มีแผนระยะกลางเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคตโดยประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางจาก 22 เคาน์เตอร์ เป็น 30 เคาน์เตอร์

ทั้งนี้ ทอท. มีแผนระยะยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหาความคับคั่ง ทสภ. โดยเพิ่มพื้นที่จุดตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า ที่อาคารผู้โดยสารหลัก และเพิ่มพื้นที่กระบวนการ Visa on Arrival (VOA) ที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) เพื่อลดความแออัดในพื้นที่ตรวจหนังสือเดินทางบริเวณอาคารผู้โดยสารหลัก ติดตั้งระบบไบโอเม็ททริคล่วงหน้าบนตู้คีออส (Self-Service Pre-Registration Kiosk) เพื่อให้ผู้โดยสารทำการ Pre-Immigration ก่อนถึงจุดตรวจหนังสือเดินทาง และดำเนินการก่อสร้างส่วนต่อขยาย ด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ด้านทิศตะวันตก (West Expansion) และด้านทิศเหนือ (North Expansion) เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารได้เพิ่มขึ้น 60 ล้านคนต่อปี สำหรับ ทดม. มีโครงการพัฒนา ทดม. ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการรองรับผู้โดยสารได้ 40 ล้านคนต่อปี

ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายในการดำเนินการตามแนวทางการอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน เนื่องจากปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาพรวมของประเทศ และมีแผนระยะกลางและระยะยั่งยืน เพื่อสามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาได้ทั้งระบบและมีขีดความสามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

 

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้