ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคพ.ย.สูงสุดรอบ 20 เดือน

60
แชร์ข่าวนี้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่า ดัชนีมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 มาอยู่ที่ระดับ 47.9 ทั้งนี้ เป็นผลมาจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเปิดเผยเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 3 ขยายตัวร้อยละ 4.5

เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 โดยมีปัจจัยบวกมาจากการผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมโควิด 19 รวมถึงนโยบายในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการผ่อนคลายมากขึ้น โดยมีการปรับประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 3.2 ซึ่งเศรษฐกิจที่ขยายตัวมาจากแนวโน้มการบริโภคของภาคเอกชนที่มากขึ้น

การลงทุนของภาครัฐและเอกชนรวมถึงเม็ดเงินจากภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3-4 จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวการขยายตัวของการลงทุนและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการบริโภครวมถึงภาคเกษตรที่ขยายตัวดี

แต่อย่างไรก็ตาม มองว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวม ในช่วงไตรมาสที่ 4 รัฐบาลยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มในเรื่องของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี2566 นี้ คาดว่า เม็ดเงินสะพัดจะใกล้เคียงกับระดับก่อนโควิด อยู่ที่ประมาณ 100,000 ล้านบาทได้

ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 42.0 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 45.2 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.4

อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวระดับต่ำกว่า 100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงมองสถานการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าจากวิกฤตโควิด 19 อัตราเงินเฟ้อสูงและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศและทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีปัญหาสงครามระหว่างประเทศรัสเซียกับยูเครนเข้ามาซ้ำเติมยิ่งส่งผลกระทบทางจิตวิทยาในเชิงลบมากต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ภาคการท่องเที่ยว ภาคการส่งออก ภาคธุรกิจโดยทั่วไปและการจ้างงานในอนาคต โดยยังคงมีโอกาสที่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันและในอนาคตได้ในช่วงสั้นนี้

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้