รบ.พร้อมดันส่งออกทุเรียนปี 66-ตรวจเข้มคุณภาพ

201
แชร์ข่าวนี้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดผลไม้ในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่มีมูลค่าสูง ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมถึงการส่งออกผลไม้ไทยไปต่างประเทศยังสร้างรายได้ให้กับประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะทุเรียน ถือได้ว่าเป็นราชาผลไม้ไทย มีมูลค่าส่งออกแสนกว่าล้านบาทต่อปี

ซึ่งผลผลิตจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงต้นเดือนสิงหาคม 2566 โดยจะออกสู่ตลาดกระจุกตัวมากที่สุดในเดือนเมษายน ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ขึ้นทะเบียน “ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา” เป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ปัจจุบันทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 190 บาท สร้างรายได้ให้คนยะลามากถึง 2,800 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์แก้ไขปัญหาผลไม้ทุเรียนอย่างเป็นระบบตั้งแต่ช่วงการดูแลผลผลิต จนไปถึงการตัดทุเรียนขาย ที่ผ่านมามักประสบปัญหาการลักลอบขายทุเรียนอ่อน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตร ได้สั่งการให้จัดระบบการทำงานเชิงรุก

ผ่านคณะทำงานแก้ไขปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพและการสวมสิทธิ์ใช้ใบรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) ของเกษตรกรเพื่อการส่งออกทุเรียนของประเทศไทย โดยคณะทำงานได้จัดทำแผนพร้อมรับมือการแข่งการส่งออกทุเรียนของประเทศเพื่อนบ้าน

น.ส.รัชดา กล่าวต่อไปว่า นายเฉลิมชัย ยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร บูรณาการหน่วยงานในพื้นที่สวนทุเรียน จัดตั้งจุดบริการตรวจเปอร์เซ็นของน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ในพื้นที่ 5 จังหวัด รวม 68 จุด ได้แก่ จันทบุรี (40 จุด) ตราด (7 จุด) ระยอง (6จุด) ชุมพร (10 จุด) นครศรีธรรมราช (5 จุด)

โดยได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์ รวม 100 ท่าน ลงพื้นที่ตรวจรายแปลง และกรมวิชาการเกษตร มีหน้าที่ ตรวจสอบ โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ทุเรียนที่นำมาส่งที่ล้ง จะต้องมีใบรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียน ซึ่งทุเรียนไทยมีคุณภาพดีกว่าต่างประเทศมาก ขออย่างเดียวอย่าตัดทุเรียนอ่อน โดยกรมฯ ได้กำหนดวันเก็บเกี่ยวทุเรียน ดังนี้ ทุเรียนพันธุ์กระดุมและพวงมณี เก็บเกี่ยว วันที่ 10 มีนาคม พันธุ์ชะนี เก็บเกี่ยว วันที่ 20 มีนาคม และทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เก็บเกี่ยววันที่ 15 เมษายน 2566

“ขอความร่วมมือเกษตรกร ถ้าเก็บเกี่ยวก่อนวันประกาศฯ ให้นำตัวอย่างผลทุเรียนลูกที่อ่อนที่สุดในรุ่นที่จะทำการเก็บเกี่ยวมาให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ณ สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เช่น แปลงใหญ่ ฯลฯ ตรวจวัดเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งเพื่อออกใบรับรองความแก่ เพื่อแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนไปจำหน่าย ณ ที่ล้ง/โรงคัดบรรจุ โดยพันธุ์กระดุมเปอร์เซ็นน้ำหนักแห้งไม่น้อยกว่า 27 เปอร์เซ็น พันธุ์ชะนีไม่น้อยกว่า 30 พันธุ์พวงมณีไม่น้อยกว่า 30 และพันธุ์หมอนทองไม่น้อยกว่า 32”

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้