Samsung Galaxy S20 Ultra มีทั้งรุ่นชิป Exynos และ Snapdragon แล้วสองรุ่นนี้แตกต่างกันอย่างไร?

  • 193 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

โดยปกติ Samsung จะขายสมาร์ตโฟนเรือธงอย่าง Galaxy S20 Ultra โดยแบ่งออกเป็นสองตลาด ได้แก่ ตลาดที่ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 865 เช่น สหรัฐอเมริกา และตลาดที่ใช้ชิปประมวลผล Exynos 990 เช่น ยุโรป แล้วไทยได้ชิปแบบไหนไป? คำตอบก็คือ Exynos 990 แต่ทั้งสองโมเดลจะแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันครับ

1497485-thumbnail

อันดับแรกคือเรื่องของความแรงของทั้งสอง จากการทดสอบประสิทธิภาพของชิปประมวลผลผ่าน Geekbench พบว่า ชิปประมวลผล Exynos สามารถทำคะแนนไปได้ทั้งสิ้น 509,333 คะแนน ในขณะที่ Snapdragon 865 สามารถทำคะแนนได้ไป 551,822 คะแนน มากกว่า Exynos 990 อยู่ 10%

จากการทดสอบพบการใช้งานทั่วไปเช่น การสไลดหน้าจอ เปิดแอป ไม่มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด แต่ Exynos จะมีปัญหาในส่วนของเกม บางเกมอาจมีอาการเฟรมเรทตกบ้าง ในขณะที่ Snapdragon 865 ไม่มีปัญหานี้

อันดับสองคือเรื่องการถ่ายภาพที่ Snapdragon 865 ดีกว่า Exynos 990 อย่างเห็นได้ชัด อย่างแรกคือการใช้งานกล้องที่ Snapdragon 865 มีความลื่นไหลมากกว่า Exynos 990 เช่นจังหวะการซูมเป็นต้น ส่วนภาพที่ถ่ายออกมาก็แตกต่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องรายละเอียดของภาพที่ผู้ทดสอบระบุว่า Snapdragon 865 ทำออกมาได้ดีกว่า

อันที่จริงปัญหานี้ไม่ได้เพิ่งเป็นใน Samsung Galaxy S20 Ultra แต่ใน Galaxy S10 รุ่นที่แล้วก็พบว่า Galaxy S10 ที่ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 855 เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีกว่าจริง ๆ

สาเหตุที่ทำให้คุณภาพทั้ง UI และผลการถ่ายรูปออกมาต่างกัน ทางผู้ทดสอบมองว่ามีผลมาจาก GPU ที่ Qualcomm ทำออกมาได้เหนือกว่า Exynos

อันดับสามคือเรื่องของการจัดการพลังงาน ทางผู้ทดสอบทดลองใช้งานในชีวิตะประจำวันทั่วไป พบว่า Galaxy S20 Ultra รุ่นที่ใช้ Snapdragon 865 มีแบตเตอรีเหลือเยอะกว่า Exynos 990 ทางผู้ทดสอบจึงจัดทำโดยชาร์จแบตเตอรีเต็มทั้งคู่ ดาวน์โหลดแอป เล่นแอป ทดสอบ benchmark ทำแบบนี้เหมือนกันทั้งสองเครื่อง รวมระยะเวลากว่า 3 ชั่วโมง พบว่า

ชัดเจนเลยว่า Snapdragon 865 มีประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานที่ดีกว่า Exynos 990 อย่างเห็นได้ชัดเลยครับ

ถ้าดูจากสามอย่างข้างต้นก็สามารถสรุปได้ว่า Samsung Galaxy S20 Ultra รุ่นที่ใช้ Snapdragon 865 มีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นที่ใช้ Exynos 990 จริง

ขอขอบคุณ

ภาพ :www.forbes.com


แชร์ข่าวนี้
  •  
  •  
  •  
  •  
  •