ผู้นำฝ่ายค้าน ถาม แผนฟื้นเศรษฐกิจอยู่ไหน ก่อนจะกู้เงินก้อนโต?

  • 188 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares

ผู้นำฝ่ายค้านเตือน รบ.จัดทำแผนฟื้น ศก.ก่อนมาขอกู้ ติงนโยบายไม่ชัดเจน ไม่เห็นยุทธศาสตร์ หวั่นเอาเงินเก็บก้อนโตมาใช้ทำลายอนาคตประเทศ

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันนี้เรามีโจทย์ใหญ่สำคัญ 2 ประการที่กำลังคุกคามโลกและประเทศไทย คือ 1.วิกฤติโควิด-19 การติดเชื้อและความเจ็บป่วยที่กำลังก่อผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของคนทั้งโลกอย่างรุนแรง รวดเร็ว

การขยายตัวในปริมาณและพื้นที่ในวงกว้างระดับโลก จนคาดเดาไม่ได้ว่ารัฐบาลแต่ละประเทศจะสามารถจัดการและประคับประคองสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ ให้ประชาชนในประเทศของตนเผชิญอันตรายและสูญเสียน้อยที่สุดได้อย่างไร

2.วิกฤติเศรษฐกิจ เป็นผลสืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และจะก่อผลสะเทือนที่ขยายวงกว้างไปทั้งโลก สถานการณ์เศรษฐกิจของแทบทุกประเทศไม่สามารถดำเนินไปในทิศทางเดิมได้อีก เกิดปัญหาตามมาเป็นลูกโซ่ ทั้งปัญหาแรงงาน การยุติการลงทุน การท่องเที่ยว การเดินทางสื่อสารระหว่างกันของประชาชนมีแนวโน้มว่าจะก่อให้เกิดวิกฤติที่ทับซ้อนเข้ามาคุกคามประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย

วิกฤติทั้งสองนี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งใหญ่ มีผลกระทบต่อทุกคนมากเกินกว่าจะคาดคิด หากรัฐบาลหรือผู้นำประเทศใดไม่มีศักยภาพมากเพียงพอที่จะกอบกู้วิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ จะส่งผลเสียหายต่อประชาชนในประเทศนั้นอย่างรุนแรงยิ่ง

นายสมพงษ์ ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวคือข้อท้าทายภาวะการนำที่มีศักยภาพที่ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทดสอบวิสัยทัศน์ การคิดเชิงยุทธศาสตร์ในอนาคต ว่าผู้นำสามารถนำความรู้ด้านการบริหาร ประสานความรู้เฉพาะทางจากวิชาชีพที่เชี่ยวชาญ

การจัดการงบประมาณและทรัพยากรทุกด้านที่จำเป็น สามารถสื่อสารอย่างน่าเชื่อถือในสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในประเทศของตนอย่างไร จากวิกฤติโควิด-19 เราได้เห็นความโดดเด่นในการแก้ไขปัญหาของผู้นำหลายประเทศ ที่แสดงถึงศักยภาพการบริหารประเทศภายใต้ภาวะวิกฤติซึ่งชัดเจน เด็ดขาด ตรงไปตรงมา มองเห็นภาพรวมทั้งระบบ

ทำให้คนทั้งประเทศมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ทำให้ผู้คนพร้อมที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐบาลแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญ ผมขอยกตัวอย่าง เช่น สิงคโปร์ เขารับมือกับวิกฤติโดยบริหารงบประมาณของประเทศจำนวนมากถึง 3 หมื่นกว่าล้านดอลล่าร์สหรัฐ เพื่อนำมากระตุ้นและเตรียมรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นโดยใช้นโยบาย 3 ประสาน

คือนโยบายการเงินการคลัง นโยบายสาธารณสุขที่สู้กับการระบาดของโรค และนโยบายการช่วยเหลือดูแลหน่วยธุรกิจต่างๆ ทุกระดับของประเทศ พร้อมกับประคับประคอง เยียวยาประชาชนและคนยากคนจนของสิงคโปร์ให้อยู่รอดได้

เพราะเขาให้ความสำคัญกับทรัพยากรมนุษย์ในฐานะที่เป็นพลังสำคัญสำหรับการฟื้นฟูและผลักดันให้ประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว เพื่อเตรียมก้าวเข้าสู่บริบทใหม่ทางเศรษฐกิจของโลกในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะมาถึง

นายสมพงษ์ ระบุต่อว่า สถานการณ์สร้างผู้นำฉันใด ก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความล้มเหลวของผู้นำได้ฉันนั้น เมื่อมองกลับมาที่สถานการณ์ของประเทศไทยเราในวันนี้ เรายังไม่เห็นความชัดเจนของรัฐบาลในนโยบายสำคัญด้านการเงินการคลัง ว่ามีแผนจะจัดการ ปรับเปลี่ยนการใช้งบประมาณปี 2563 อย่างไร เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติทั้งทางชีวิต สุขภาพ การป้องกันตนเอง

และการเร่งเยียวยาชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมทั้งหน่วยเศรษฐกิจ บริษัท ห้างร้านในระดับต่างๆ ที่ต้องมีมาตรการการดูแลไม่ให้เสียหายมากจนเกินไป เพราะส่งผลผูกพันกับพนักงาน แรงงานจำนวนมหาศาล รวมถึงกลุ่มเกษตรกรในภาคการผลิตที่ขาดการดูแลและประกันรายได้

นอกจากยังไม่เห็นความชัดเจนในการปรับงบประมาณปี 2563 แล้ว ผมยังเป็นห่วงที่รัฐบาลเตรียมจะขอออกพระราชกำหนดสำคัญทางการเงิน โดยเฉพาะพระราชกำหนดกู้เงิน หากไม่มีการจัดการที่มีคุณภาพ เราอาจเพิ่มความเสี่ยงนำเงินเก็บก้อนใหญ่อันเป็นเงินในอนาคตของประเทศมาใช้อย่างขาดหลักประกัน ผมพร้อมสนับสนุนหากรัฐบาลนำเงินจำนวนนี้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของประเทศและพี่น้องประชาชนอย่างมีแผน เป็นระบบ ครบถ้วนรอบด้าน ทั่วถึงและโปร่งใส

“แต่วันนี้ผมยังไม่เห็นแผนการใช้งบประมาณที่ชัดเจนเลย ผมขออนุญาตส่งเสียงเตือนรัฐบาลอย่างจริงจัง เพราะนี่คือเรื่องสำคัญอย่างยิ่งของประเทศ ผมอยากเห็นการบริหารประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา เท่าทันสถานการณ์ ไม่อยากเห็นการบริหารงานที่ไร้ทิศทาง ไร้ยุทธศาสตร์ ทำลายอนาคต ทำลายโอกาสของประเทศ

และทำลายความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน ผมและพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมทั้งคนไทยจะเฝ้าติดตามการบริหารงานของนายกฯ และคณะรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด หวังว่าเสียงสะท้อนของพวกเราจะนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วม ที่รัฐบาลพึงรับฟัง เพื่อให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้อย่างดี” นายสมพงษ์ ระบุ


แชร์ข่าวนี้
  • 9
  •  
  •  
  •  
  •  
    9
    Shares