พี่สาว-พี่เขย เล่านาทีช่วยหนุ่มไลฟ์ผูกคอตาย ด่านเคอร์ฟิวผ่านง่าย แต่สุดท้ายไปไม่ทัน

  • 242 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 10
  •  
  •  
  •  
  •  
    10
    Shares

(26 เม.ย.63)  จากกรณีที่นายเอก อายุ 32 ปี ชาวบ้านบ้านสี่เหลี่ยม  ต.สี่เหลี่ยม  อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทำงานเป็นคนขับรถส่งเบียร์บริษัทแห่งหนึ่งที่ จ.ปทุมธานี ได้ไลฟ์สดขณะใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิต ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งที่ ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ (24 เม.ย.) ที่ผ่านมา  

ล่าสุดญาติได้นำศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด อ.ประโคนชัย แล้ว  ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว ซึ่งตอนแรกญาติก็สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดความเครียด เพราะได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 ทำให้รายได้ไม่เพียงกับค่าใช้จ่าย เพราะเพิ่งพาภรรยาและลูกกลับมาส่งไว้ที่บ้าน 

แต่จากการสอบถาม น.ส.อนงค์นาถ หรือ แขก อายุ 37 ปี พี่สาวของผู้ตาย ซึ่งทำงานอยู่ร้านอาหารที่ จ.ปทุมธานี เหมือนกัน แต่พักอยู่ห่างกันประมาณ 50 กิโลเมตร กลับไม่เชื่อว่าน้องชายจะคิดสั้นเพราะเรื่องเงินไม่พอใช้   เพราะจากที่แชทคุยกันทางไลน์กับน้องชาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา  น้องก็ไม่ได้บอกว่ามีปัญหาเรื่องเงินเลย แต่กลับจะระบายเรื่องญาติที่เป็นคนพาน้องชายไปทำงานที่บริษัทเบียร์ดังกล่าวด้วย ต่อว่ากดดันเรื่องที่น้องทำงานให้ไม่ถูกใจ จนถึงแชทมาข่มขู่ จนทำให้น้องเกิดความเครียดมากกว่า ซึ่งตนก็พยายามให้กำลังใจและปลอบใจ ทั้งยังบอกกับน้องว่าถ้าทำแล้วไม่สบายใจก็จะพามาทำงานกับสามีของตนเอง ซึ่งทำงานอยู่บริษัทส่งของ   

และวันที่น้องไลฟ์สดระบายความในใจและบอกว่าจะผูกคอตายนั้น ตนกับสามีก็ช่วยกันพูดปลอบใจน้องตลอด และกำลังให้สามีขับรถออกไปรับที่พักของน้อง แต่ก็ไม่ทันไปถึงน้องก็เสียชีวิตแล้ว ก็อยากจะฝากถึงคนที่พูดกดดันและแชทมาข่มขู่น้อง ว่ามีปัญหาอะไรถึงต้องกดดันน้องขนาดนั้น จนทำให้น้องถึงขั้นต้องคิดสั้น  บางครั้งแม้จะไม่ได้ใช้กำลังทำร้ายแต่คำพูดบางคำพูดก็ทำร้ายจิตใจ จนอาจทำให้ใครบางคนถึงขั้นต้องจบชีวิตตัวเอง ก็อยากให้เขามาขอโทษครอบครัวด้วย

ขณะที่นายมาโนช พี่เขย ก็ได้เล่านาทีที่พยายามขับรถไปช่วยน้องเมีย ว่าวันเกิดเหตุเป็นช่วงใกล้จะถึงเวลาเคอร์ฟิว ซึ่งก็ต้องผ่านตรวจโควิด และด่านเคอร์ฟิวหลายจุด แต่ก็ได้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ฟังถึงความจำเป็นและเหตุฉุกเฉินว่ากำลังจะไปช่วยน้องที่จะผูกคอตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้ผ่านและอำนวยความสะดวกให้ แต่ก็ไปช่วยน้องไม่ทันแล้ว พอไปถึงที่เกิดเหตุน้องก็สิ้นใจแล้ว แม้จะพยายามช่วยกันปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้  ก็รู้สึกเสียใจเพราะที่ผ่านน้องมีปัญหาอะไรก็จะปรึกษาและตนก็จะช่วยเหลือตลอด แต่ครั้งนี้น้องคงจะถูกกดดันหนัก จนทำให้รับไม่ไหวและไม่รู้จะหาทางออกยังไง เพราะคนที่กดดันก็เป็นญาติพี่น้องที่พาไปทำงานด้วย ก็อยากจะฝากว่าหากเป็นไปได้ก็ให้มากราบขอขมาศพน้องและครอบครัวด้วยที่เป็นสาเหตุทำให้น้องต้องคิดสั้นฆ่าตัวตาย เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นมางานศพเลย ซึ่งทางญาติจะฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้ ที่วัดในหมู่บ้าน

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้
  • 10
  •  
  •  
  •  
  •  
    10
    Shares