อุตสาหกรรมเด้งรับแบนสารพิษ ยึดมติเดิมห้ามใช้พาราควอต จวก ‘สภาหอการค้า’ เตะถ่วง

  • 149 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

น.ส.รัตนา รักษ์ตระกูล ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการวัตถุอันตราย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยระหว่างการเป็นตัวแทนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม มารับหนังสือจากเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงว่า ในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มี รมว.อุตสาหกรรมเป็นประธานในวันที่ 30 เม.ย.นี้ ที่ประชุมจะนำข้อเสนอจากเครือข่ายฯที่ต้องการให้ยึดมติเดิมในการแบน 2 สารเคมีได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอสเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (ห้ามใช้ ห้ามครอบครอง) มีผลบังคับวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ไปหารือในที่ประชุมเพื่อหาข้อยุติในประเด็นดังกล่าว แต่ก็ยอมรับว่าขณะนี้กรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้ส่งหนังสือการหาสารตัวอื่นมาทดแทนสารเคมีทั้ง 2 ชนิดตามที่เคยหารือไว้กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย

ด้าน น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง กล่าวว่า ได้เข้ายื่นหนังสือถึงนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อให้คณะกรรมการยึดตามมติเดิมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 ที่จะยกเลิกการใช้ 2 สารเคมีคือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส วันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดยขอคัดค้านความเห็นของนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่เสนอให้ขยายระยะเวลาแบนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอสออกไปเป็นปลายปี 63 หรือจนกว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุด

“กรณีที่สภาหอการค้าได้อ้างขอให้เลื่อนเวลาบังคับออกไป เพราะกังวลเรื่องการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมในประเทศไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากหลายประเทศทั่วโลกแบนพาราควอตมากกว่า 10 ปี โดยล่าสุดสหภาพยุโรปได้ประกาศแบนคลอไพริฟอสมาตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศเวียดนามแบนพาราควอตมาตั้งแต่ปี 2560 และแบนคลอร์ไพริฟอสมาตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งไม่มีประเทศใดมีปัญหาการตกค้างจนส่งผลกระทบต่อการผลิตและภาคอุตสาหกรรมแต่อย่างใด”

นอกจากนี้ เครือข่ายยังไม่เห็นด้วยกับการออกใบสำคัญการขึ้นทะเบียนใบอนุญาตผลิตวัตถุอันตราย และการต่ออายุวัตถุอันตรายเพิ่มเติม เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนสามารถนำเข้าวัตถุอันตรายเข้ามาอีก ทำให้ สต๊อกสารเคมีกำจัดศัตรูพืชคงค้างเดิมไม่ลดลง เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทเอกชน และเรียกร้องให้กรมวิชาการฯเร่งออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายและออกมาตรการต่างๆที่เกี่ยวข้อง

ขอขอบคุณ : ไทยรัฐ


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares