โรงเรียนยกเลิกวัดระดับเสียงร้อง “เพลงชาติ” หลังโดนวิจารณ์ยับ

โรงเรียนชื่อดังเมืองปทุมธานี ออกโรงชี้แจง ปมใช้เครื่องตรวจวัดความดังเสียง วัดระดับเสียงในการร้องเพลงชาติ หากเสียงไม่ดังพอให้นักเรียนร้องใหม่ หลังถูกชาวเน็ตวิจารณ์ยับ

จากกรณีที่เพจกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งหนึ่งว่า ได้ใช้เครื่องตรวจวัดความดังเสียง วัดระดับเสียงในการร้องเพลงชาติ หากเสียงไม่ดังพอให้นักเรียนร้องใหม่ โดยระบุว่า โรงเรียนจังหวัดปทุมชื่อเดียวกับมหาวิทยาลัยชื่อดัง คิดระบบวัดความดังระดับเสียงการร้องเพลงชาติ หากร้องไม่ดัง ต้องร้องซ้ำใหม่ถึง 3 รอบ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีนักเรียนจากหลายโรงเรียนส่งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้ร้องเพลงชาติซ้ำเพราะเสียงไม่ดังอยู่หลายครั้ง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ม.ค.) เมื่อเวลา 08.30 น. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าโรงเรียนที่เพจดังกล่าว ตั้งอยู่ใน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงเช้าเด็กนักเรียนได้เข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธงตามปกติ โดยทางโรงเรียนได้ยกเลิกการวัดเสียง หลังจากที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อออนไลน์จำนวนมาก

ล่าสุด นายวินัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว กล่าวว่า เนื่องจากเด็กนักเรียนมีกิจกรรมหน้าเสาธงเป็นกิจกรรมปกติของโรงเรียนอยู่แล้ว โดยทางโรงเรียนมีเด็กนักเรียนจำนวน 4,300 คน

ส่วนการวัดเสียงนั้นทางนักเรียนร่วมกับครูคิดกันขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการวัดเสียงจากแอปพลิเคชั่นจากโทรศัพท์มือถือชื่อ Decible X สีเขียวความดัง  85-90 เดซิเบล , สีส้ม 80-85 เดซิเบล , สีแดง 80 เดซิเบลลงมา เมื่อแอปฯ แสดงสีใด ทางนักเรียนฝ่ายกิจกรรมก็จะชูธง หากเสียงเบาก็ให้ร้องเพลงชาติขึ้นใหม่เพื่อปรับปรุง ซึ่งเป้าหมายเพื่อให้เด็กนักเรียนมีระเบียบวินัย

ด้าน นายวีระชัย อาจารย์ฝ่ายกิจกรรมนักเรียน กล่าวว่า ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าหากใครร้องไม่ดังแล้วชังชาติหรือไม่รักชาติ ทางโรงเรียนไม่ได้มีเจตนาให้ผู้อื่นหรือผู้ใดเข้าใจแบบนั้น เบื้องต้น ได้ยกเลิกการวัดเสียงแบบนั้นแล้ว ที่ทางโรงเรียนทำไปเพื่อให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีพลังสร้างสรรค์ในเชิงบวก ใครผ่านไปผ่านมาได้ยินเสียงแล้วชื่นชม

ทางโรงเรียนพยายามให้เด็กนักเรียนร่วมกิจกรรมดีๆ ในทุกๆ เช้า เมื่อแต่การเดินก็มีระเบียบเรียบร้อย โรงเรียนเรามีเด็กนักเรียนจำนวนมาก ก็ต้องปลูกฝังระเบียนวินัย ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมเสริมสร้างให้เยาวชนนอกเหนือจากความรู้จากในห้องเรียน