ธนาคารแห่งประเทศไทยย้ำชัดไม่ต่อมาตรการ “พักหนี้” ลูกหนี้ส่วนใหญ่เอาตัวรอดแล้ว

  • 79 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 1 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย และลูกหนี้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ด้วยการเลื่อนพักชำระหนี้ ขยายเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ว่า จากการขอให้สถาบันการเงินประเมินสถานการณ์ของลูกหนี้รายย่อย และลูกหนี้ธุรกิจที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในรูปแบบต่างๆ ล่าสุดพบว่าจะมีลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือในสัดส่วนสูงที่ไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือต่อไป เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาช่วยเหลือวันที่ 22 ต.ค.นี้ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวเป็นการทั่วไป

ขณะที่ลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินในส่วนเหลือนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งปรับโครงสร้างหนี้ หรือผ่อนปรนการชำระหนี้ต่อไป หลังมาตรการช่วยเหลือสิ้นสุดลง เพื่อรอให้สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และเศรษฐกิจดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไป ธปท.ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลลูกหนี้ตามความสามารถชำระหนี้ของแต่ละราย เพื่อให้ลูกหนี้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้ตามความสามารถ

“ธปท.ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลและแก้ไขปัญหาของลูกหนี้ตามความสามารถของแต่ละราย โดยได้ทำโครงการ “DR BIZ การเงินร่วมใจ ธุรกิจไทยมั่นคง” (ดีอาร์บิส) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ธุรกิจที่มีเจ้าหนี้สถาบันการเงินหลายรายให้มีกลไกจัดการหนี้กับสถาบันการเงินทุกแห่งได้อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ ยังร่วมกับสถาบันการเงินเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายย่อยด้วยวิธีการรวมหนี้ โดยนำสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น ที่อยู่ภายใต้ผู้ให้บริการทางการเงินเดียวกัน มาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยวิธีการรวมหนี้กับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อใช้ประโยชน์จากหลักประกัน เพื่อให้ลูกหนี้สามารถผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามความสามารถของตนเอง”

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ก.ค.63 มีลูกหนี้ที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน 7.2 ล้านล้านบาท คิดเป็น 12.5 ล้านบัญชี แบ่งเป็นหนี้ของธนาคารพาณิชย์ และบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (นอนแบงก์) 4.3 ล้านบาท หรือ 6.1 ล้านบัญชี และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐอีก 2.9 ล้านบาท หรือ 6.4 ล้านบัญชี โดยการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกหนี้รายย่อย และลูกหนี้ธุรกิจนั้น ครอบคลุมทั้งการเลื่อนพักชำระหนี้ ลดภาระผ่อนชำระต่อเดือนด้วยการขยายระยะเวลาชำระหนี้ตามสัญญา ลดอัตราดอกเบี้ย และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยการปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ตามสัญญาใหม่

 

cr. ไทยรัฐ


แชร์ข่าวนี้
  • 3
  •  
  •  
  •  
  •  
    3
    Shares