“เสรีพิศุทธิ์” ยื่นกกต.ยุบ 7 พรรคเล็กรับเงิน-พรรคใหญ่จ่ายเงิน

67
แชร์ข่าวนี้

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ดำเนินการพิจารณายุบพรรคการเมืองขนาดเล็ก 7 พรรค รวมถึงพรรคการเมืองใหญ่บางพรรค ที่สนับสนุนให้เงินเดือน เข้าข่ายการถูกครอบงำทางการเมือง

สืบเนื่องจากกรณีการประชุมร่วมรัฐสภาที่เคยมีการพิจารณาเอาสูตรการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการหารด้วย 100 หรือ 500 ซึ่งพรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างก็ต้องเอาสิ่งที่ตัวเองเป็นประโยชน์ แต่ได้พบว่ามีลักษณะการล็อบบี้ ส.ส.จากพรรคการเมืองขนาดเล็ก และมีกระแสข่าวว่าส.ส.จากพรรคการเมืองขนาดเล็ก จะไปเข้าร่วมกับพรรคใหญ่ อย่าง พรรคพลังประชารัฐ จึงมองว่า ยอมเป็นทาสทางการเมืองเพื่อให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่บงการ อาทิ พรรคเพื่อชาติไทย , พรรคประชาธรรมไทย , พรรคครูเพื่อประชาชน , พรรคพลังธรรมใหม่ ซึ่งได้มีการพบปะกับ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ และเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นลักษณะของการยินยอมให้มีการครอบงำ ด้วยการไปรับเงินเดือน

ซึ่งคลิปเสียงที่หลุดออกมาเป็นเพราะพรรคการเมืองขนาดเล็ก บางพรรค มีความเห็นที่ไม่ตรงกับพรรคการเมืองใหญ่ จึงเป็นไปได้ว่าพรรคการเมืองใหญ่ไม่พอใจ จนมีการเผยแพร่คลิปเสียงออกมา แต่เมื่อมีคลิปเสียงออกมาก็ย่อมมีการปฏิเสธ จึงมีการอ้างว่าเป็นลักษณะการกู้ยืมเงิน ซึ่งไม่น่าเชื่อถือเพราะไม่มีสัญญากู้ยืมเงินตามกฎหมาย อีกทั้งยังระบุว่าเป็นการรับเงินทุกเดือน ซึ่งมี ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นผู้ดูแล ดังนั้นจึงมีหลักฐานชัดเจนจากคลิปและการออกมาพูดของบรรดาหัวหน้าพรรคการเมืองต่างๆ จึงถือได้ว่าเหตุดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามมาตรา 28 และ 29 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ที่ส่งผลให้พรรคการเมืองขนาดเล็ก ถูกยุบพรรคได้ ส่วนพรรคการเมืองที่มีการครอบงำ ก็อาจส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคทุกข์ลงโทษจำคุก ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีเช่นนี้มาแล้ว

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสอบในชั้นกรรมาธิการปราบปรามทุจริต โดยเฉพาะตัวเองได้มายื่นต่อ กกต.ให้ตรวจสอบโดยตรงอยู่แล้ว ซึ่งในกรณีนี้ไม่รวมถึงการล็อบบี้ระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเรื่องนี้ไม่มีการตรวจสอบอยู่ในชั้นกรรมการซึ่งใกล้แล้วเสร็จ

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยาการ อดีต กกต. และประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการยื่นร้องวันนี้ว่า ต้องการให้กฎหมายที่มีอยู่เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตามมาตรา 28 และ 29 ของกฎหมายพรรคการเมืองที่มีการเขียนชัดเจนว่า เพื่อเป็นการป้องกันบุคคลภายนอกครอบงำพรรคการเมือง โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้พรรคการเมืองมีความเป็นอิสระ และหลักฐานครั้งนี้ถือว่าชัดเจนเพราะมีการให้เงินพรรคการเมืองแบบรายเดือน และถือเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องดำเนินการโดยเร็วและต้องตรงไปตรงมา คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน หาก กกต.มีความเห็นสอดคล้องกับการยื่นร้องครั้งนี้ก็จะมีการส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณายุบพรรคต่อไป และสามารถทำได้เร็วที่สุดภายใน 15 วัน หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับเรื่อง

ตนหวังว่าหลักฐานวันนี้ กกต.จะทำให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา และสื่อสารถึงความคืบหน้ากับประชาชน เพราะ กกต.เอง ก็สอบตกในเรื่องของคะแนนความโปร่งใส โดยเรื่องนี้ก็จะเป็นการกู้คืนศักดิ์ศรีให้กับทาง กกต.ว่าจะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ตนเตือนในฐานะที่เคยเป็นอดีต กกต.ที่ไม่อยากเห็นคนของ กกต.ต้องติดคุก

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้