เพื่อไทยจี้ กกต.บังคับใช้กฏ 180 วันเท่าเทียม

64
แชร์ข่าวนี้

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวแถลงการณ์พรรคเพื่อไทยกรณี ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่อง ข้อปฏิบัติในระยะเวลาหาเสียง 180 วันก่อนวันครบอายุสภาผู้แทนราษฎร
พรรคเพื่อไทยมีความเห็นว่า กฎหมายเลือกตั้งต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริต เสรีและเป็นธรรม ใช้บังคับกับนักการเมือง พรรคการเมือง และว่าที่ผู้สมัครอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะมีตำแหน่งอยู่ในฝ่ายบริหารหรือไม่ก็ตาม โดยมีความเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวอาจมีปัญหาว่าขัดกับหลักสามัญสำนึก หลักนิติธรรมและหลักปฏิบัติที่ใช้กันมาดังนี้

1. บทบัญญัติในกฎหมายเลือกตั้งทำนองนี้ ไม่เคยมีมาก่อน แต่เกิดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
2. ข้อจำกัด 180 วันนี้มีความลักลั่น เนื่องจากถ้าในการเลือกตั้งภายหลังการยุบสภา จะต้องใช้บทบัญญัติอื่นที่ระยะเวลาในการคำนวณค่าใช้จ่าย และห้ามกระทำบางเรื่องจะสั้นกว่า ตามปกติประมาณ 60 วัน สะท้อนว่าการห้ามเป็นระยะเวลา 180 วันนั้นไม่มีตรรกะที่ดีในการร่างกฎหมาย
3. เงื่อนไข 180 วันนั้น เป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนนานเกินควรที่จะได้รับทราบนโยบายของนักการเมืองในบางสถานที่และเวทีที่มีข้อห้ามและประชาชนมาชุมนุมกันจำนวนมาก
4. เงื่อนไขในลักษณะนี้มีปัญหาเรื่องความชัดเจน ก่อให้เกิดความกังวลว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ กฎหมายที่ดีควรชัดเจน และไม่ควรเปิดช่องให้ต้องตีความ
5. ข้อที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ ความเป็นธรรมและความเท่าเทียม ถ้าบทบัญญัติและระเบียบห้ามนักการเมืองทั่วไปว่าทำไม่ได้ แต่ผู้มีตำแหน่งทางฝ่ายบริหารในรัฐบาลทำได้ อาจรู้สึกว่าลักลั่นกัน มีปัญหาเรื่องความเท่าเทียมเป็นธรรมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง พรรคมีความเห็นว่าบทบัญญัติกฎหมายต้องไม่ทำให้ฝ่ายใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่า โจทย์สำคัญของการเลือกตั้งคือ ต้องสุจริต เสรีและเป็นธรรม ดังนั้นกฎหมายเลือกตั้งต้องตอบโจทย์นี้ให้ได้ พรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะพิจารณาเสนอแนวทางแก้ไขในเรื่องนี้ร่วมกับประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้ดียิ่งขี้น เนื่องจากกฎหมายที่ดีต้องชัดเจน ปฏิบัติตามได้ สอดคล้องกับสามัญสำนึก และหลักนิติธรรม

พร้อมกันนี้ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวเสริมแถลงการณ์ว่า เป็นความไม่ยุติธรรมและไม่เท่าเทียมต่อการเลือกตั้งครั้งต่อไป ในภาวะที่ประชาชนตกอยู่ในช่วงภัยพิบัติ การออกระเบียบเช่นนี้เป็นการซ้ำเติมประชาชน ที่ไม่ใช้ช่วยเหลือประชาชนในช่วงภัยพิบัติ เพราะ ส.ส. เป็นผู้หนึ่งที่ช่วยประชาชนได้ การออกระเบียบเช่นนี้เป็นการมัดมือมัดเท้าส.ส.ไม่ให้ช่วยประชาชน จึงอยากให้กกต.ทบทวนระเบียบดังกล่าว เพื่อยึดประโยชน์ของประชาชน เพราะเมื่อดูในรายละเอียดของระเบียบแล้วผู้ที่ได้ประโยชน์กลับเป็น ฝ่ายรัฐบาลไม่ใช่ประชาชนเลย

 

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้