Google Cloud เปิดตัวความสามารถใหม่ของ Generative AI พร้อมการใช้งานจริงจากลูกค้าและเหล่าพันธมิตร

404
แชร์ข่าวนี้

ในงานประจำปี Google I/O ประกาศความก้าวหน้าในการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Gloogle Cloud เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าและพัทธมิตรที่ใช้บริการนวัตกรรมอัจฉริยะนี้ โดยองค์กรจำนวนมาก ได้เริ่มใช้บริการ generative AI เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดสู่การนำไปปฏิบัติจริงบนแอปพลิเคชันที่พร้อมสำหรับการดำเนินงานขององค์กร

ยกตัวอย่างเช่น เครื่องมือ FreshAI ของเครือร้านอาหารฟาสฟู๊ดชื่อดังอย่าง Wendy’s ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมร้านอาหารบริการด่วน เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนประสบการณ์การสั่งอาหารแบบไดร์ฟทรูของ Wendy’s ด้วย generative AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ของ Google Cloud พร้อมความสามารถในการแยกแยะชุดคำสั่งที่เป็นไปได้หลายพันล้านชุดในเมนูของ Wendy’s โดยในเดือนมิถุนายน Wendy’s มีแผนที่จะเปิดตัวเทคโนโลยีนี้เป็นครั้งแรกในร้านอาหารในเมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ก่อนที่จะขยายไปยังสาขารูปแบบไดร์ฟทรูอื่น ๆ ต่อไป

ระบบนิเวศแบบเปิดของ Google Cloud เปิดโอกาสของการเติบโตทางธุรกิจให้แก่พันธมิตรในทุกอุตสาหกรรม ซึ่ง Google Cloud ได้ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่ และขยายขอบข่ายพันธมิตรกับองค์กร SaaS ได้แก่ Box, Dialpad, Salesforce และ UKG; รวมถึงองค์กรด้านการให้คำปรึกษาอย่าง Accenture, Deloitte และ KPMG เป็นต้น นอกจากนี้ Google Cloud ยังต่อยอดการเป็นพันธมิตรกับองค์กรต่าง ๆ เช่น Anthropic, Cohere, Midjourney, Replit และอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ธุรกิจอื่น ๆ หรือองค์กรภาครัฐสามารถนำ generative AI เข้ามาใช้ในองค์กรได้อย่างราบรื่นและเต็มประสิทธิภาพ

untitled-4

เปิดตัว Generative AI แบบใหม่ สำหรับ Google Cloud

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ระบบคลาวด์ในทุกระดับทักษะสามารถแก้ปัญหาความท้าทายจากการทำงานในแต่ละวัน  Duet AI for Google Cloud Generative AI รุ่นใหม่จาก Google Cloud จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นโปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญคู่ใจ พร้อมช่วยเหลือผู้ใช้คลาวด์ด้วยการใส่โค้ดตามบริบทต่าง ๆ รวมถึงเสนอคำแนะนำที่ปรับตามฐานโค้ด สร้างฟังก์ชันทั้งหมดแบบเรียลไทม์ และช่วยเหลือผู้ใช้ในการตรวจสอบโค้ดอีกด้วย โดยเครื่องมือดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้ระบบคลาวด์ในทุกชุดทักษะสร้างประสบการณ์ใหม่ ซึ่งจะถูกฝังอยู่ในอินเทอร์เฟซของ Google Cloud ภายในสภาพแวดล้อมการพัฒนาแบบรวม (IDE), Google Cloud Console และแม้แต่ระบบการแชท

นอกจากนี้ โมเดลพื้นฐานและความสามารถใหม่ ในผลิตภัณฑ์ Google Cloud AI ยังเป็นเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้าง แอปพลิเคชัน generative AI ที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น Google Cloud นำเสนอเครื่องมือ Generative AI support in Vertex AI เพื่อดำเนินการต่อและสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้าและพันธมิตร ในการขยายการเข้าถึงนวัตกรรมให้กับองค์กรต่าง ๆ ได้มากกว่าเดิม

Vertex AI พื้นฐานรุ่นใหม่ 3 รุ่น มีพร้อมให้บริการแล้ว โดยรุ่น Codey เป็นโมเดลพื้นฐานของการสร้างโค้ด ที่ช่วยเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยการสร้างโค้ด การเติมโค้ด และการแชทด้วยโค้ด รุ่น Imagen เป็นโมเดลพื้นฐานของการแปลงข้อความเป็นรูปภาพ ช่วยให้ลูกค้าสร้างและปรับแต่งรูปภาพระดับสตูดิโอได้ และรุ่น Chirp เป็นโมเดลการพูดที่ล้ำสมัย ช่วยให้องค์กรมีส่วนร่วมกับลูกค้าและองค์ประกอบอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในภาษาแม่ ด้วยคำอธิบายภาพและความช่วยเหลือด้านเสียง ทั้งนี้ Vertex AI ทั้ง 3 รุ่น สามารถเข้าถึงได้ผ่าน Application Programming Interface (API) ปรับแต่งผ่าน Generative AI Studio ที่ใช้งานได้สะดวก ควบคู่ไปกับระบบความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือระดับองค์กร รวมถึงการเข้ารหัส การควบคุมการเข้าถึง การกลั่นกรองเนื้อหา และความสามารถในการบรรยายที่ช่วยให้องค์กรเห็นแหล่งที่มาเบื้องหลังเอาต์พุตโมเดลได้อีกด้วย

ทั้งนี้ AI-optimized infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับให้เหมาะกับ AI เป็นตัวช่วยสนับสนุนนวัตกรรมและบริการข้างต้น โดย Google Cloud มีตัวเลือกการประมวลผลที่หลากหลายที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการระบบคลาวด์ชั้นนำ และพร้อมที่จะสร้างตัวเลือกเหล่านี้ต่อไปด้วยการเปิดตัว A3 Virtual Machines ใหม่ ที่ใช้ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ NVIDIA H100 VM ควบคู่ไปกับ G2 VMs ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ที่จะให้ GPU ที่ครอบคลุม สำหรับการฝึกอบรมและให้บริการโมเดล AI ต่าง ๆ

การขยาย generative AI ทั่วทั้ง Google Workspace

เมื่อต้นปีนี้ Google Cloud ได้แบ่งปัน วิสัยทัศน์ของเรา สำหรับการนำ generative AI มาสู่ Google Workspace เพื่อให้ผู้ใช้จำนวนมากสามารถเข้าถึงฟีเจอร์ที่จะช่วยเหลือในการเขียน Gmail และ Google Docs ได้ก่อนใคร ทั้งนี้ Google Cloud ขอเปิดตัว Duet AI for Google Workspace ซึ่งรวบรวมฟีเจอร์ generative AI ชั้นนำไว้ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานร่วมกับ AI ได้อย่างรวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดย Google Cloud จะให้ทดลองใช้งานผ่าน Workspace Labs พร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ดังนี้:

  • Gmail:  Google Cloud กำลังเพิ่มความสามารถในการร่างการตอบกลับโดยคำนึงถึงบริบทของเธรดอีเมลที่มีอยู่ และทำให้สามารถใช้งานบนมือถือได้
  • Google Slides และ Google Meet: Google Cloud ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างรูปภาพจากคำอธิบายข้อความ ได้ง่าย ซึ่งรูปภาพที่กำหนดเองในสไลด์ช่วยให้เรื่องราวใน Slides มีชีวิตชีวา ในขณะเดียวกัน Meet สามารถใช้สร้างพื้นหลังที่กำหนดเองได้อีกด้วย
  • Google Sheets: Google Cloud กำลังจัดหมวดหมู่ข้อมูลและ สร้างแผนแบบกำหนดเองแบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถวิเคราะห์และจัดระเบียบข้อมูลได้เร็วกว่าที่เคย

ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปข้างหน้าด้วยความรับผิดชอบ

ลูกค้าและพันธมิตรของ Google Cloud ล้วนขับเคลื่อนองค์กรผ่านแนวคิดและความคิดสร้างสรรค์อันน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย ซึ่ง  Google Cloud หวังว่าจะได้ช่วยให้องค์กรเหล่านี้ค้นพบเส้นทางของตนเองต่อไปด้วย generative AI และถึงแม้นวัตกรรมนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพขององค์กรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

แต่ Google Cloud ยังคงยึดถือความมุ่งมั่นที่จะใช้แนวทางปฏิบัติอย่างมีความรับผิดชอบ ตามหลักการ AI ของเรา ทั้งนี้ Google Cloud จะรวบรวมข้อเสนอแนะจากลูกค้าและผู้ใช้ เพื่อส่งเสริมและนำนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรทุกขนาดและอุตสาหกรรมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพ เชื่อมต่อกับลูกค้าในรูปแบบที่หลากหลาย และปลดล็อกกระแสรายได้ใหม่ได้อย่างไม่หยุดยั้ง

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้