“ตุ๊ยตุ่ย” เปิดด้านมืด เคยติดเหล้าคลั่งบุหรี่ ลาขาดได้เพราะนักแสดงท่านหนึ่ง?

209
แชร์ข่าวนี้

เล่ามุมดาร์ค “ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด” เคยติดเหล้าคลั่งบุหรี่ จุดเปลี่ยนชีวิต! ลาขาดได้15ปี เพราะนักแสดงท่านหนึ่ง?

เห็นหน้าจอสดใสร่าเริงใฝ่ธรรมมะ เบื้องหลังกว่าจะมีวันนี้ ดาราสาวอารมณ์ดี ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาด เคยได้ฉายา นารีขี้เมา ตัวแม่ปาร์ตี้ ดื่มหนักสูบจัดจนเป็นสิงห์อมควัน งานนี้ขอเผยด้านมืดครั้งแรกผ่าน รายการโต๊ะหนูแหม่ม กับพิธีกรตัวแม่ หนูแหม่ม สุริวิภา ย้อนเล่าวันวานสุดแสบเผยมุมดาร์คที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน จนมาเจอจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต ลาขาดอบายมุขได้แล้ว 15 ปี เพราะเพื่อนซี้ในวงการคนนี้

อยากให้เล่ามุมดาร์คที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน ?
“เมื่อก่อนเคยเมาแบบไม่รู้ตัว เป็นคนชอบดื่มเหล้าดูดบุหรี่ทำหมดทุกอย่างเลยค่ะ คือคุณแม่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเราดูดบุหรี่ และสูบหนักมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยทราบเลย เราชอบดื่มเหล้าเพราะว่ามันอร่อย และเป็นคนที่ดื่มคนเดียวได้ โดยที่ไม่ต้องไปสังสรรค์กับใคร ไม่ได้ติดสนุกติดเพราะว่ามันอร่อย”

“สำหรับเราคิดว่ามันเป็นรสชาติที่ดี ผ่านโภชนาการ การหมักดองมาอย่างดี ที่ผ่านมาเคยดื่มทุกอย่างเลยค่ะ เหล้า เบียร์ ไวน์ อุ สาโท ยาดอง (หัวเราะ) คือชอบทุกอย่าง แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมพระพุทธศาสนาถึงห้ามสิ่งเหล่านี้ เราก็รู้สึกว่ามันก็เป็นโภชนาอาหารที่ดี กินกับกับข้าวอร่อยจะตาย”

เม้าท์กันว่าดื่มหนักจนเสียสติอยู่บ่อยๆ ?
“ใช่ค่ะ มันอร่อยแต่มันทำให้เราเสียสติ อย่างของตกพื้นปกติอาไม่กิน แต่ถ้าอาดื่มเหล้า เริ่มเมาอาจะถามเพื่อนว่า แกว่าอากล้ากินของที่มันตกพื้นมั้ย ไปที่ไหนกับเพื่อน เพื่อนก็อับอาย (หัวเราะ)”

จุดเริ่มต้นอะไรทำให้เราติดเหล้าหนัก ?
“มันเริ่มมาจากว่าการที่เราเห็นผู้ใหญ่ดื่ม เห็นผู้ใหญ่เขาสังสรรค์กัน เราก็คิดว่าไอ้เนี้ยมันขมนะ แล้วทำไมเขาดื่มกัน ซึ่งมันก็ไม่ดีด้วยแล้วทำไมเขายังดื่ม มันขัดแย้งและย้อนแย้งมากพอมีโอกาส ก็เลยลองและทำความคุ้นเคยกับมัน สุดท้ายก็เลยรู้สึกว่าอร่อย มันมีกินหอมอยู่ในจมูกในปาก อร่อยจนถึง ณ วันนี้ยังจำความอร่อยได้อยู่เลย”

แล้วจุดเปลี่ยนเลิกดื่มเกิดจากตรงไหน ?
“จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงที่ว่า อาไปเดินธรรมกับยายจ๋า (เสถียรธรรมสถาน) มันเปลี่ยนตรงที่ว่าในนั้นมีคำสอนศีลห้าไม่ดื่มสุรา แล้วทำไมฉันยังดื่มสุราอยู่ แล้วเรายังต้องสอนน้องๆ ที่มาปฏิบัติธรรม ก็เลยรู้สึกว่าแล้วเราจะดื่มทำไมวะ มันรู้สึกย้อนแย้งที่เราทำมาพูดว่ามันไม่ดีให้เด็กฟัง ฉันก็ต้องไม่ดื่มป่ะวะ แรกๆ มันก็ยากมาก ความคิดเราอะมันง่าย มันเลิกยากมากๆ”

“อาก็เลยอธิษฐานกับพระพุทธเจ้า อาอธิฐานว่าขอให้ลูกมีจิตใจที่เข้มแข็ง รอดพ้นจากความอร่อยของสุราด้วยเถิด ขอกำลังใจให้ลูกเลิกดื่ม และปฏิบัติได้ พูดเสร็จแล้วพออาอธิฐานไป เชื่อมั้ย สมัยก่อนอาดูรายการสุริวิภา เป็นเทปที่พี่ท็อป ดารณีนุช ไปออก แชร์ในเรื่องของการเลิกเหล้า อาเลยรู้สึกว่าแรงบันดาลใจ คือพี่ท็อปยังเลิกเหล้าได้”

“หลังจากนั้นก็ไปดูข่าวคนที่เมาไม่มีสติขับรถชนเพราะดื่มสุรา แล้วก็มีข่าวคนดีๆ ที่อยู่กันข้างบ้าน พอเมาแล้วเสียสติเอาปืนไปยิงกัน เราเลยเลิกดื่ม เห็นโทษมากกว่าข้อดี”

จากวันนั้นถึงวันนี้เลิกเหล้ามาแล้วกี่ปีแล้ว ?
“เลิกมาได้แล้วประมาณ 15 ปีแล้ว”

แล้วบุหรี่เลิกมาได้นานหรือยัง ?
“เลิกแล้ว สำหรับเรื่องการดูดบุหรี่คือตอนนั้นเราเป็นเด็ก เห็นคุณอาคนนั้นดูดบุหรี่แล้วรู้สึกว่าเท่ห์จังเลย เก่งจังเลย มีควันออกมาได้ เราเป็นเด็กเราก็รู้สึกว่าอยากลอง อาเคยถึงขั้นไปหาหนังสือพิมพ์มาม้วน แล้วก็ไปหาไฟแช็กมาจุด ลองสูบ แสบคอไปหมด ก็รู้สึกว่าเรายังไม่เก่ง ตอนเด็กเลยคิดแค่ว่าเราจะตั้งใจเรียนและมีควันออกมาจากปากให้ได้ เป็นความคิดตอนเด็ก”

เคยสูบหนักจนมันทำลายสุขภาพเราไหม ?
“มีค่ะ ตอนนั้นอาพากย์เสียงเยอะมาก พากย์หนังเป็นนางเอกอะไรแบบนี้ อัดเสียงสปอร์ตโฆษณาแล้วเราสูบบุหรี่จนไม่มีเสียง พอมันไอ ไม่สบายก็เลยต้องไปส่องกล้อง จนคุณหมอให้เลิกสูบบุหรี่พักนึงจนกว่าจะหาย อาก็หยุดสูบบุหรี่ไปได้ 7-8 วัน จนมันหาย แล้วอาก็เอาบุหรี่มาสูบใหม่ เพราะว่ามือเรามันสั่นไปหมด มันก็กลับมาไอเหมือนร่างกายมันไม่รับ ซึ่งร่างกายเอามันสู้อะ”

“ตอนนั้นอาสู้กับมันอยู่ 7 ม้วน จนรู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้วก็เลยกลายเป็นต้องเลิก ใจเรามันรักจริงๆ แต่ว่ามันก็ต้องเลิก อาก็คิดว่าคนที่ตั้งใจจะเลิกมันก็เป็นเหมือนอา มันยากมากๆ ในช่วงแรก เลยอยากจะเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังต่อสู้กับการเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ของแบบนี้มันอยู่ที่ใจล้วนๆ”

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้