คมนาคม สั่งด่วนเพิ่มรถเมล์-รถไฟฟ้า ช่วงก่อนปิด และเปิดในภาวะเคอร์ฟิว

  • 155 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

รมว.คมนาคม สั่ง รถเมล์-รถไฟฟ้า เพิ่มจำนวนรถให้บริการประชาชนก่อนเวลาเคอร์ฟิว 22.00 น.และก่อนเริ่มวัน 04.00 น. หลังมีข้อร้องเรียนรถไม่พอใช้บริการ แต่ย้ำยังต้องเว้นระยะห่างทางสังคมแบบเข้มงวด

เมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะเช่นองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (แอร์พอร์ต ลิงก์) ให้เพิ่มจำนวนรถและขบวนรถที่ให้บริการประชาชน ใน ช่วงก่อนเคอร์ฟิว 22.00 น. และก่อนเริ่มวันใหม่ เวลา 04.00 น. ทั้งนี้ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 63 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันผู้ให้บริการระบบขนส่งสาธารณะยังต้องปฏิบัติตามหลักเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) โดยเคร่งครัดอยู่

ด้าน นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ระบุว่า รฟม.จะมีการหารือ กับ BEM ทันที เพื่อเพิ่มความถี่ของขบวนรถที่เข้าสถานีในช่วงเช้าที่เปิดให้บริการ และช่วงก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิวของภาครัฐ (22.00น.-04.00 น.) ยังไงในส่วนนี้ยอมรับว่าต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า รถขบวนสุดท้ายที่จะออกจากสถานีคือเวลา 21.30 น. ดังนั้นผู้โดยสารที่จะเดินทางกลับเคหสถานก็ต้องเผื่อเวลาในการเดินทางด้วย ทั้งนี้ยอมรับว่าในช่วงที่ รฟม. มีการจัดเดินรถแต่ละขบวนโดยในตู้โดยสารทุกตู้มีการจัดทำระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ในส่วนนี้ทำให้รถแต่ละขบวนซึ่งปกติจะรับผู้โดยสารได้สูงสุด 1,000 คน แต่ปัจจุบันจะรับผู้โดยสารได้ประมาณ 100 คน เท่านั้น

ขณะที่ นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เปิดเผยว่า ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ จะดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โดยลดความถี่ของรถที่เข้าสถานีในช่วงเปิดให้บริการและก่อนปิดให้บริการตามประกาศเคอร์ฟิว โดยจะปรับลดระยะห่างของรถจากเข้าสถานีทุก 10 นาทีเป็น 8 นาที อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ยอมรับว่า สำหรับการจัดให้ขบวนรถให้บริการตามแนวทางระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing ทำให้รถแต่ละขบวนลดจำนวนผู้โดยสารที่สามารถเดินทางได้จากขบวนละ 745 คน เหลือ 130 คน

ส่วน นายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก. ระบุว่าสำหรับการเดินรถเพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้ในช่วงเช้าและช่วงก่อนปิดให้บริการระหว่างประกาศสถานการณ์เคอร์ฟิวนั้นในช่วงเช้าจะมีการปรับให้รถเมล์โดยสาร ซึ่งปกติจะให้บริการคันแรกในเวลา 05.00 น แต่หลังจากนี้จะพยายามให้รถที่มีความพร้อมออกเดินรถให้ได้ก่อนเวลา 05.00 น. และปรับให้ความถี่ของการออกรถเป็นความถี่เดียวกันกับชั่วโมงเร่งด่วนคือมีรถออกจากอู่ในระยะห่างไม่เกิน 5-7 นาที ส่วนช่วงก่อนปิดให้บริการนั้น ตัวในช่วงเคอร์ฟิว ขสมก. จะออกรถคันสุดท้ายในเวลา 20:00 น. และมีการขึ้นป้ายประกาศว่ารถคันใดจะเป็นรถก่อนคันสุดท้าย และรถคันใดเป็นคันสุดท้าย

รองผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ ขสมก. ก็จะมีการเพิ่มความถี่ในการเดินรถที่ออกจากอู่ปลายทาง เป็น 5 ถึง 10 นาที เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในขณะนี้มีปัญหาการเดินรถในกทม. เนื่องจากรถร่วมบริการซึ่งปกติจะมี 70-80 สาย เมื่อประสบปัญหาผู้โดยสารน้อยลง ไม่คุ้มต่อต้นทุนการเดินรถ ก็มีผู้ประกอบการจำนวนมากที่หยุดให้บริการไปในช่วงนี้ ซึ่งรถร่วมบริการเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปสังกัดขึ้นตรงต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ และอยู่ในช่วงประกาศเคอร์ฟิวนั้น มีผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารจำนวนมาก ได้ร้องเรียนมาที่ ขสมก. เนื่องจากการจัดระยะห่างทางสังคม Social Distancing ทำให้รถแต่ละคัน รับผู้โดยสารได้น้อย เกิดการกระจุกตัวในการใช้บริการทั้งในช่วงเช้าและช่วงเย็น ส่งผลให้ประชาชนที่ยังจำเป็นต้องเดินทางต้องรอรถเป็นเวลาหลายชั่วโมง


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares