“ดีเจอ๋อง” เปิดชีวิตทำงานในวงการเริ่มต้นด้วยการปกปิดตัวเอง เผยความรักคบแฟนหนุ่มมา 15 ปีแล้ว

  • 176 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares

ดีเจฝีปากกล้าอย่าง อ๋อง เขมรัชต์ อดีตนักร้องนำวงมะลิ กับชีวิตในวงการที่ต้องเริ่มต้นด้วยการปกปิดความเป็นตัวเองหลายปี จนมาเปิดตัวก็ทำเอาหลายคนตกใจไม่น้อย อีกทั้งตอนเด็กยังเคยถูกบูลลี่เรื่องเป็นเพศที่ 3 เผยโชคดีที่บ้านรับได้ แถมยังเคยถูกยกเลิกงานเพราะออกสาวเกินไป ทั้งยังอัปเดตโรคแพนิคที่เป็นอยู่ และอัปเดตความรัก 15 ปี โดยเจ้าตัวได้มาเผยทุกประเด็น ผ่านทางรายการคุยแซ่บ SHOW ทางช่องวัน 31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์, ชมพู่ ก่อนบ่าย และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

เส้นทางในวงการบันเทิง?

ดีเจอ๋อง : “เริ่มจากเป็นนักร้องนำวงมะลิ และเป็นดีเจไปด้วยที่ฮอตเวฟ ตอนนั้นเราเรียนธรรมศาสตร์ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย แล้วคณะเราเรียนไม่ค่อยตรง ต้องมีซ้อมละครเวที ก็จัดสรรเวลายาก กับพี่พีเคทำงานด้วยกันมานาน สนิทกันมาก อ๋องจะเล่ารื่องของตัวเองเวอร์ชั่นที่เป็นผู้ชาย เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ ดีเจที่คลื่นเราคือขายบอย พี่เขาก็คิดว่าเราเป็นผู้ชายเรียบร้อย เราก็คิดไปเองว่าเขาควรต้องรู้สิ เพราะว่าในวงแคบๆ เราเขารู้กันหมด”

จัดรายการคู่พีเค?

ดีเจอ๋อง : “ตอนนั้นเรามาใหม่ พี่พีเคคือผู้มีพระคุณคนนึงเลย เพราะว่าเราโดนว่าเรื่องจัดรายการ จนเขาให้จัดรายการคู่กับพี่พีเค ตอนนั้นตกใจเพราะฝีมือเรายังไม่ได้ พี่พีเคสอนทุกอย่างในฐานะดีเจคนนึง โดยที่ไม่มีกั๊ก มีวันนี้ได้ ส่วนนึงต้องขอบคุณพี่พีเค งานอีเวนท์งานแรกก็คู่กับพี่พีเคอีก เขาก็สอนอุ้มทุกอย่าง”

ถ้าไม่มีอ๋องวันนั้น ไม่มีพีเควันนี้?

พีเค : “เป็นดีเจมา 20 ปีแล้ว แต่ตอนนั้นเราจะลาออก มีที่อื่นรอซื้อตัวเป็นดีเจ มีงานทีวีเข้ามาเยอะมาก เงินก็ได้เยอะกว่า เยอะจนไม่ต้องจัดรายการก็ได้ ไม่ต้องมาคอยตอกบัตรด้วย แต่อ๋องเป็นคนเดียวที่ดึงไว้”

ดีเจอ๋อง : “เรามองว่าพี่พี่เคโตมากับการเป็นดีเจ มันไม่ใครจะมาเป็นแบบเขาได้เลย เราอยากให้ตำนานยังคงอยู่เป็นตำนานแบบนี้ไปตลอด ณ วันนั้นที่เขาท้อ มองกลับมาทำไมมีแต่วัยรุ่นแล้วเขาล่ะ นี่คือเหตุผลว่าทำไมมีแต่วัยรุ่นแล้วทำไมเขายังอยู่ได้ เพราะผู้ใหญ่เห็นคุณค่าในตัวเขาที่มันเป็นแบบนี้ ต้องเป็นเขาเท่านั้น คนอื่นก็เป็นไม่ได้”

พอเปิดตัวความเป็นตัวเองแล้วโล่งไหม?

ดีเจอ๋อง : “มันก็ทำอะไรได้หลากหลายมากขึ้น สบายตัวมากขึ้น ตอนที่เป็นดีเจนักร้องเราก็ไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนอื่น เราก็เป็นตัวเองแต่ในบทบาทที่มันควรจะเป็น อาจจะแค่ 20% อีก 80% เราก็เก็บไว้ ตอนไปเล่นที่ผับที่ต่างจังหวัด ถ้าเราเป็นผู้ชายนะกวาดเรียบ พูดน้อยๆ เท่ห์ๆ มีผู้หญิงเข้าหาเยอะ มีตามมาโรงแรมเราก็จะโบ้ยให้เพื่อนเราหมด เพื่อนเราก็จะอิ่มหนำสำราญ ส่วนเราอินบ็อกซ์ไฮไฟฟ์หาผู้ชายคนอื่น”

ทำไมถึงไม่ประกาศให้ชัดๆ ไปเลย?

ดีเจอ๋อง : “ไม่เคยประกาศว่าชั้นเป็นตุ๊ดนะ ไม่เคยพูดไม่เคยป่าวประกาศ แค่รู้สึกว่าคนเขารู้กันแล้ว วันแรกที่มีซิงเกิลออกมาในเว็บบอร์ดเกย์ชื่อดังก็คือเอาประวัติมาแฉหมดแล้วว่าคบกับใครบ้าง เราเลยรู้สึกว่าคนบางส่วนก็รู้ พอเริ่มมาเป็นพิธีกรก็มีตัวตนเข้ามามากขึ้น ก็เพิ่มมาเรื่อยๆ เราก็ชัดเจนในแบบของเรา”

คนที่เพิ่งมารู้เนี่ยเขาบูลลี่บ้างไหม?

ดีเจอ๋อง : “มันมาตั้งแต่ตอนเด็ก เติบโตมาพร้อมกับการถูกเหยียดเรื่องเพศมาตลอด สังคมไทยกับการถูกล้อว่าอีตุ๊ด อีกะเทย เป็นเรื่องที่เด็กทำกันโดยไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าระวัง เรารู้สึกแต่เด็กเลยว่าเราผิดมากใช่ไหม พ่อแม่ทุกคนก็อยากมีลูกที่เกิดมาตรงกับเพศสภาพ พอเรารู้สึกว่าเราเติมเต็มในเรื่องนั้นให้เขาไม่ได้ เราก็จะเครียดเราก็จะอาย จนเรารู้สึกว่าการที่เราเป็นแบบนี้เป็นปมด้อยในร่างกายเรา เราพยายามทำทุกอย่างให้เราเก่งทุกด้าน เพื่อกลบจุดด้อยตรงนี้ แต่มันเป็นข้อดีทุกวันนี้ได้ดีมาเพราะปมนี้แหละ แต่เราก็เคยเสียใจที่เราคิดว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องไม่ดี ทุกวันนี้เราภูมิใจที่เราเป็นแบบนี้ เราเป็นเรา เราไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร”

เป็นคนที่เคารพในสิทธิความแตกต่างมาก?

ดีเจอ๋อง : “ตอนเด็กเราก็เคยบูลลี่คนอื่น แบบว้ายอีอ้วน พี่สาวเราก็โดนแบบนี้เราเลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควรล้อกัน  ทุกคนมีข้อดีของตัวเอง รูปลักษณ์ภายนอกหรือรสนิยมอะไรก็ตามในสังคมเรามีปัญหายิ่งในโซเชียลมีเดียที่ทุกคนแสดงความคิดเห็นกันง่าย ด่ากันง่าย ตอนนี้มันเริ่มมีปัญหานิดหน่อย เพราะมองว่าความต่างของคนอื่นเป็นปัญหาของตัวเอง เอาบรรทัดฐานคามคิดตัวเองตัดสินคนอื่น”

ที่บ้านรับได้?

ดีเจอ๋อง : “แม่รู้แน่นอน แต่ไม่เคยพูดกัน แม่เป็นแม่ที่น่ารักมากกลัวลูกจะเสียใจ รักษาน้ำใจลูกตลอดเวลา แม่ให้ไปซื้อนิตยสารเล่มนึง มันมีคอลัมน์ในนั้น เมื่อเป็นเพศที่สามใช้ชีวิตในสังคมอย่างไรให้มีความสุข ประมาณนั้น เรายังหัวเราะกับเพื่อนเลยว่ามีคอมลัมน์แบบนี้ด้วย ซื้อเราก็ให้แม่ก็บอกอ๋องลองเปิดดูมันมีคอลัมน์นึงที่น่าสนใจ ก็คือคอลัมน์นั้น นี่คือสิ่งที่เริ่ดที่สุดแล้วในชีวิต นั่นเป็นคำตอบว่าเขารับได้ในสิ่งที่เราเป็น”

โดนยกเลิกงานเพราะเพศสภาพ?

ดีเจอ๋อง : “มันเป็นงานที่แบบใครก็ทำได้ ติดต่อมาคอนเฟิร์มเรา แต่ไปเห็นเราออกรายการอะไรสักรายการนึงโทรมาหาผู้จัดการบอกว่าขอยกเลิกคิว อยากได้เป็นคนอื่นแทน ก็ถามว่าติดตรงไหนเพราะอะไร บอกว่าเพิ่งดูรายการนี้อ๋องสาวมาก กลัวภาพลักษณ์จะดูไม่ดี เราเสียใจมาก เสียใจที่ทำไมถึงมีทัศนคติแบบนี้เกิดขึ้นอยู่ในสังคม เราเลยอยากเป็นกระบอกเสียงว่าเคารพในความแตกต่าง แล้วชีวิตเราสังคมจะมีความสุขกันมากขึ้น”

แม่รับไม่ได้เรื่องสูบบุหรี่?

ดีเจอ๋อง : “แต่เลิกมาแล้ว 3 ปี เมื่อก่อนสูบหนักมากวันละ 2 ซอง ป๋าสูบบุหรี่พี่ชายก็สูบบุหรี่ เขาเป็นห่วงเรื่องสุขภาพเรา แม่ก็บอกว่าอย่าสูบแม่ขอ เราก็รับปาก จนเรียนปริญญาตรีมันเครียดนิดนึงแล้วกัน แรกๆ ก็ขอเพื่อนหลังๆ ก็ซื้อเอง วันที่แม่เห็นบุหรี่ในกระเป๋าเรา เราเห็นกิริยาของแม่ มันเหมือนพังทลาย สูญสิ้นความเชื่อมั่นบางอย่าง เห็นเลยว่าเสียใจ”

เป็นโรคแพนิค?

ดีเจอ๋อง : “เราตกใจมากที่ตัวเองเป็นโรคแพนิค ตอนนั้นมันมีความเครียดเยอะผิดปกติเราสังเกตตัวเองว่ากลัวโน่นกลัวนี่ กลัวในสิ่งที่ไม่ควรกลัว เวลาคิดมากก็คิดเยอะกว่าปกติหยุดคิดไม่ได้ต่อยอดไปเรื่อยๆ จนวันนึงกำลังจะเข้ารายการ เกิดกลัวตายกลางทีวี หัวใจเต้นเร็วมาก บอกดาด้าเขาก็มาจับละบอกว่าจริงด้วย เรายิ่งตกใจไปใหญ่ ด้าก็ผลักอ๋องออกไปเลย เราก็ไปโรงพยาบาล ไปถึงโรงพยาบาลเต้นปกติ โรงพยาบาลแรกบอกไม่เป็นไร วันต่อมาลางานพัก พอกลับมาทำงานก็เป็นอีก ไปหาหมออีก พอที่สองบอกไม่เป็นไรเราก็ไปหาอีกโรงพยาบาลเลยไปเช็กเลย เช็กทุกอย่างหมอบอกไม่เป็นอะไรแนะนำให้เราไปจิตเวช ก็เลยไปหาหมอ หมอบอกเลยเป็นแพนิค”

“อาการคือสารเคมีในสมองมันแปรปรวนคล้ายซึมเศร้าแต่ยังไม่ถึงขั้นนั้น สารเคมีไม่บาลานซ์ต้องกินยา อาการที่ปะทุออกมาผ่านทางแพนิคเมื่อเรากลัวอะไรและคิดไปแล้วว่าเรากลัว หลังจากนั้นก็จะเป็นแบบนั้นเลย จากนั้นเราจะทำอีเว้นท์ก็ทำไม่ได้ ทำรายการทีวีก็ทำไม่ได้ ก็รักษากินยาปรับสารเคมีในสมอง ซึ่งมันก็ลิ้งค์กับเรื่องที่เราเลิกบุหรี่ ว่าอะไรที่ไม่ดีตัดออกดีกว่า เพราะว่าหัวใจเราเต้นแรงมาก ก็หักดิบเลิกบุหรี่เลย ตอนนี้อาการคงที่”

คบแฟน 15 ปี?

ดีเจอ๋อง : “อ๋องเป็นตัวขอตัวเองได้เยอะที่สุด เราไม่ต้องพยายามอะไร สเปคมันใช่อยู่แล้วตั้งแต่ต้น ที่ไม่เปิดตัวมันหลายปัจจัย เราก็ลงรูปคู่ในอิสตาแกรมบ้าง ไม่ปิดแต่ก็ไม่ได้เปิด ปัจจัยบ้านเขาบ้านเรา คนรอบข้างบ้างเขาอีก มันจะเรื่องใหญ่ บ้านเราโอเค บ้านเขาโอเคแต่สิ่งแวดล้อมหลังจากนั้นต่างหาก”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บ Show ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : sanook


แชร์ข่าวนี้
  • 2
  •  
  •  
  •  
  •  
    2
    Shares