“พิชัย” ฉะหลากปัญหา รัฐบาลแก้ไม่ได้ หมดความน่าเชื่อถือ คนไทยรอหายนะ

เมื่อวันที่ 14 ก.พ. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเตือนเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่า 2% ไตรมาสแรกเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวไม่ถึง 1% ซึ่งทรุดหนักมาก เป็นไปตามที่ตนได้เตือนก่อนหน้านี้แล้ว น่าเป็นห่วงว่าโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะถดถอยหรือขยายตัวติดลบก็ยังเป็นไปได้มาก

สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยทรุดตัวอย่างรวดเร็วเหมือนเสาหลักเสื่อมอย่างหนัก ตามที่นายสมคิดเคยพูดไว้เองในปี 2556 แต่กลับไม่ได้มีการแก้ไขอะไร เกิดมาจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดมาตลอด 5 ปี ของรัฐบาล บริหารงานเหมือนไม่รู้เลยว่าต้องพัฒนาประเทศอย่างไร

ประชาชนไม่ได้รู้สึกเลยว่าประเทศดีขึ้นอย่างไร การใช้จ่ายภาครัฐก็เป็นไปอย่างสะเปะสะปะ มีแต่การแจกเงิน แต่ไม่ได้พัฒนาประเทศ เมื่อประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงัก จำนวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มที่จะลดลงมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน เศรษฐกิจไทยจึงย่ำแย่อย่างหนักเพราะไม่เหลือเครื่องยนต์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกแล้ว

นายพิชัย กล่าวต่อว่า สัญญาณเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มีมาก่อนที่จะเกิดไวรัสโคโรน่าด้วยซ้ำ โดยการขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วก่อนมีปัญหาไวรัสโคโรน่า เศรษฐกิจไทยก็ขยายตัวได้ต่ำเพียง 1% กว่าเท่านั้น

พอมาเจอปัญหาไวรัสโคโรน่าจึงทำให้ยิ่งทรุดหนัก แล้วรัฐบาลก็คิดได้เพียงจะขยายวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ และออกนโยบายชิมช้อปใช้ อีก ซึ่งแทบจะไม่มีผลอะไรต่อเศรษฐกิจเลย เหมือนกับเป็นการเอากระป๋องตักน้ำไปดับไฟป่าที่กำลังลุกโชน

ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่ปัญหาเศรษฐกิจ แม้กระทั่งปัญหารับมือเหตุการณ์ทหารกราดยิงประชาชนที่โคราช ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว. กลาโหม ที่เป็นทหารเก่าได้ทำลายความนิยมและภาวะผู้นำของตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว

ปัญหาการรับมือภัยแล้ง ปัญหาน้ำประปาเค็ม ปัญหาฝุ่น PM2.5 ปัญหาการเสียบบัตรแทนกันในการโหวตงบประมาณที่พึ่งจะได้โหวตใหม่ แม้กระทั่งแค่เรื่องการขายหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัสโคโรน่าหน้าทำเนียบรัฐบาล และต่อมาต้องเปลี่ยนมาแจกแทนเพราะถูกตำหนิอย่างมาก เป็นต้น

ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร ถ้าผู้นำและรัฐบาลไม่เหลือทั้งความน่าเชื่อถือและความมั่นใจอีกต่อไปแล้ว คนไทยทั้งประเทศจะแค่นั่งรอชะตากรรมที่เห็นความหายนะ และความลำบากอย่างมากของประชาชนอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ทำอะไร หรือคิดว่าทำอะไรไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรือ