บิ๊กแจ๊สร่วมท้องถิ่นลอกคลองรับไลออนร็อค

183
แชร์ข่าวนี้

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายเสวก ประเสริญสุข , นายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี , ร.ต.อ. ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต , นายวริศ เจริญกัลป์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองเสือ ร่วมลงพื้นที่ติดตามตรวจการทำงานขุดลอก คลองหนองเสือ โดยใช้เรือโป๊ะในการขุดลอกภายในคลอง 10 ซึ่งเป็นหนึ่งคลองจากการดำเนินการทั้งหมด14 คลองเพื่อเป็นการปรับทัศนียภาพเเละกำจัดวัชพืชบริเวณผิวน้ำ รวมไปถึงรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดปัญหาอุทกภัยในช่วงสองวันข้างหน้าหากมีผลกระทบจากน้ำฝนและเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ประกอบกับปริมาณน้ำรวมไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นอีก 30 – 50 เซนติเมตร และรับพายุหมายเลข 17 ไลออนร็อก จะทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือและอีสานตอนบนในวันที่ 11-12 ต.ค.64นี้

 

สืบเนื่องกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ มีประกาศแจ้งว่าได้ประเมินสถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก พบว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,775 – 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2564 ปริมาณน้ำหลากสูงสุดจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกสูงสุดในอัตรา 762 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยคาดว่าในวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ปริมาณน้ำหลากรวมกันผ่าน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในเกณฑ์สูงสุดที่ 3,050 – 3,150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะไหลออกสู่อ่าวไทย ในช่วงวันที่ 7-10 ตุลาคม 2564 ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง คาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 30-50 เซนติเมตร บริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานี จึงเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ดังกล่าว โดยแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทห้างร้านที่ประกอบกิจการริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ทราบถึงสถานการณ์น้ำปัจจุบัน และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ขอให้อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอสามโคก กำชับผู้อำนวยการท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบแนวคันกันน้ำให้มีความพร้อมรับสถานการณ์ดังกล่าว ตลอดจนประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมความพร้อม กำลังพล วัสดุ อุปกรณ์เครื่องจักร และยานพาหนะ ให้พร้อมปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสาธารณภัยขึ้นในพื้นที่ให้รายงานสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทราบทันที ผ่านทางสายด่วน 1784

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า “จากสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ทางอ บจ.ปทุมธานีได้ดำเนินการเพื่อเตรียมรองรับน้ำมาก่อนหน้านี้ 2 เดือนแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมการรองรับน้ำที่หลากเข้ามา และให้ทันเหตุการณ์ ซึ่งเราได้เปลี่ยนวิธีการจากเดิมที่เมื่อก่อนได้ใช้รถแบคโฮอยู่บนถนนเพื่อแหวกทางน้ำทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของรถแบ็กโฮทำให้ดินด้านล่างปลิ้นออกทำให้ถนนทรุด เมื่อถนนทรุดก็มาซ่อมถนนอีก ภายใน คลองหนองเสือ เมื่อหน้าแล้งผักตบชวาหญ้าวัชพืชก็ขึ้นเต็มหมดแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว เพราะว่าเราเปลี่ยนวิธีการโดยการใช้เรือโป๊ะรถแบ็กโฮลงตามแนวความคิดของท่านเสวก ประเสริฐสุข รองนายก อบจ.ปทุมธานี ขณะนี้เราได้ว่าจ้างบริษัทเข้ามาขุดลอกโดยตรง ต่อไปนี้วัชพืชต่างๆ ต้องไม่มีในคลองส่งน้ำ คลองส่งน้ำต้องเป็นคลองส่งน้ำ วันนี้ผมต้องขอบคุณหลายฝ่าย ขอบคุณทีมงานและ นายสุริยา ธรรมธารา และนายสมบัติ วงค์กวน สจ.ในพื้นที่ ที่มาช่วยดูแลการดำเนินการของการขุดลอกคลอง และนายวริศ เจริญกัลป์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองเสือ ส่งอาหารและเครื่องดื่มมาช่วยดูแลเจ้าหน้าที่อย่างดี หลังจากที่มีการเลือกตั้งนายก อบต.แล้ว ผมจะเชิญทุกนายก องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทั้ง 65 พื้นที่มา MOU เพื่อที่จะให้ทาง อบจ.สนับสนุนอะไรบอกมา ในส่วนของคลองส่งน้ำเพื่อทำดีแล้วก็ต้องช่วยกันดูแล เราจะมากำหนดแนวทางการดูแลกัน ต่อไปนี้คลองในปทุมธานีต้องยั่งยืน เพื่อให้ประเพณีในพื้นที่ต่าง ๆ กลับมา”

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้