‘อาเซียน’ ถกเข้ม เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

31
แชร์ข่าวนี้

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมาย ให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Minister: AEM) ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน ที่ผ่านมา ณ จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา

ซึ่งถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายของปีนี้ เพื่อสรุปผลสำเร็จรายงานต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยที่ประชุมมีมติในประเด็นสำคัญเพื่อร่วมกันฟื้นฟูเศรษฐกิจของภูมิภาค และการเตรียมการอาเซียนด้านเศรษฐกิจดิจิทัล อาทิ แผนการฟื้นฟูที่ครอบคลุมของอาเซียน

ซึ่งมีการขยายระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ให้ครอบคลุมกิจกรรม ณ ท่าเรือระหว่างประเทศ และจุดผ่านแดน การเร่งรัดการให้สัตยาบันความตกลง RCEP ของสมาชิกที่เหลือ ภายในปีนี้ เพื่อให้ใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างเต็มที่ การเร่งเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีของอาเซียนให้ทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้ายุคใหม่ ได้แก่ ความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน (ATIGA) ความตกลง FTA อาเซียน-อินเดีย อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ และอาเซียน-จีน และการเจรจาจัดทำความตกลง FTA กับคู่เจรจาใหม่

อาทิ อาเซียน-แคนาดา (ACAFTA) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งการขยายตลาดและอำนวยความสะดวกทางการค้าเพิ่มขึ้น และที่ประชุมยังได้เร่งดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ความเป็นกลางทางคาร์บอนของอาเซียน และเร่งสรุปองค์ประกอบสำคัญ (Core Elements) ของวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ภายหลังปี 2568 พร้อมกับรายงานผลการประเมินความพร้อมการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนของติมอร์-เลสเต ในส่วนของเสาเศรษฐกิจ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมผู้นำอาเซียนในเดือน พ.ย.นี้

นอกจากนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้พบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือระยะยาว โดยจะร่วมมือกันด้านการใช้ประโยชน์ของระบบทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์และนวัตกรรมให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) และสตาร์ทอัพ สำหรับการพบหารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ได้แลกเปลี่ยนความเห็นประเด็นที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญและดำเนินการในปีนี้

อาทิ Digital Trade Connect โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงการค้าดิจิทัลระดับภูมิภาคเพื่อประโยชน์ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายของอาเซียนในการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยไทยเห็นพ้องถึงความสำคัญและร่วมเน้นย้ำเจตนารมณ์ที่จะทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนในการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ซึ่งจะช่วยให้อาเซียนรักษาโอกาสและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในตลาดโลกได้ในอนาคต

ทั้งนี้ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้ร่วมรับรองและให้ความเห็นชอบเอกสารสำคัญ อาทิ แผนดำเนินงานตามกรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี ค.ศ. 2023-2030 ซึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตงานและกิจกรรมความร่วมมือภายใต้กรอบเศรษฐกิจหมุนเวียนฯ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เอกสารขอบเขตการทบทวนความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน-อินเดีย

ซึ่งเป็นการยกระดับความตกลงที่มีอยู่ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับรูปแบบการค้าในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้มีการเปิดตลาดเพิ่มเติม ปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้าและเอื้อต่อการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น และเอกสารเกี่ยวกับแผนงานความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่างๆ อาทิ กลุ่มประเทศบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) สหรัฐอเมริกา จีน สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ซึ่งจะเป็นกลไกที่สำคัญในการช่วยกระชับความสัมพันธ์และเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี การค้าระหว่างไทยกับอาเซียน มีมูลค่า 75,628 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 19 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปอาเซียน มูลค่า 43,699 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 18.7 และไทยนำเข้าจากอาเซียน มูลค่า 31,928 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว ร้อยละ 20

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้