“สุริยะ” สั่งเข้มเครื่องเล่นสนามต้องได้มาตรฐาน

192
แชร์ข่าวนี้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ได้เห็นชอบเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ให้เครื่องเล่นสนาม 4 รายการ ได้แก่ ชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก เป็นสินค้าควบคุมเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่เด็กๆ เนื่องจากเครื่องเล่นสนามเป็นเครื่องเล่นที่มีอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุกับเด็ก ๆ อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นจึงสั่งการให้ สมอ. เร่งรัดดำเนินการประกาศให้เครื่องเล่นสนาม

ทั้งชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก เป็นสินค้าควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับเด็ก ๆ ซึ่งขณะนี้ สมอ.ได้ดำเนินการตามขั้นตอนจนถึงการประกาศใช้มาตรฐานแล้ว โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ธันวาคม 2565 นี้ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายทั้งผลิตและนำเข้า จะต้องผลิตและนำเข้าเครื่องเล่นสนามที่ได้มาตรฐานเท่านั้น โดยเฉพาะโครงสร้างและปริมาณโลหะหนักที่เป็นส่วนประกอบจะต้องไม่เกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนดไว้ ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงอันตรายต่อเด็ก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายบรรจง สุกรีฑา เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า มาตรฐานดังกล่าวจะควบคุมความปลอดภัยของวัสดุที่ใช้ ความแข็งแรงของโครงสร้าง สีที่ใช้ทา สารเคลือบและสารตกแต่งผิว จะต้องมีปริมาณธาตุและโลหะหนัก ได้แก่ พลวง สารหนู แบเรียม แคดเมียม โครเมียม ตะกั่ว ปรอท และซิลิเนียม ไม่เกินเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด เพื่อให้เด็กปลอดภัยจากการสัมผัสและการหายใจ รวมทั้งมีการควบคุมด้านความปลอดภัยของโครงสร้างเครื่องเล่นสนาม ชิงช้า กระดานลื่น ม้าหมุน และอุปกรณ์โยก จะต้องผ่านเกณฑ์ที่มาตรฐานกำหนด

ทั้งนี้ สมอ. ได้เตรียมความพร้อมให้ผู้ทำและนำเข้าเครื่องเล่นสนามในประเทศไทย จำนวน 28 ราย ปรับปรุงกระบวนการทำเครื่องเล่นสนามให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเตรียมพร้อมในการยื่นขออนุญาตเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนทำโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโทษฐานมีไว้เพื่อจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอขอบคุณ
แหล่งที่มา : INNnews


แชร์ข่าวนี้