อั้ม-นัท เปิดใจชีวิตคู่แต่งงาน 5 ปี หมดเงินเป็นล้าน เพราะอยากมีลูกมาก

  • 203 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares

อั้ม อธิชาติ นักแสดงหนุ่มกล้ามโต ควงภรรยาสาวเสียงดี นัท มีเรีย มาเผยเรื่องราวความน่ารักของชีวิตคู่ และเปิดใจยอมสูญเงินหลักล้าน เพราะอยากมีลูก พร้อมเผยประสบการณ์ความเชื่อสิ่งลี้ลับ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ได้อยู่บ้านหลายๆ วันหุ่นเฟิร์มขึ้นไหม?
อั้ม : ก็ถือว่าฟิตขึ้น อยู่บ้านกิจกรรมค่อนข้างเป๊ะกว่า

เรื่องที่ทำให้ทะเลาะกันมีบ่อยไหม แล้วใครง้อใคร?
อั้ม : มันก็มีเรื่องที่ถกเถียงกันบ้าง เรื่องของความเห็นที่ไม่ตรงกัน ถามว่าใครง้อใคร คือส่วนใหญ่เราจะไม่ปล่อยให้ผ่านเกินวัน

นัท : เรื่องใหญ่ไม่มี อาจจะเป็นบ้างที่เราไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาทำแบบนี้ก็จะไม่เอา นัทเป็นคนเล่นใหญ่เหมือนกัน ชัดเจน พูดตรงๆ อาจจะแบบไม่ค่อยเข้าหูเฮีย สุดท้ายก็เคลียร์ให้จบในวันนี้จะไม่ค่อยข้ามวัน

ไม่น่าเชื่อว่าพี่นัทเป็นสายมูเตลูเหมือนกัน เคยเอาดวงพี่อั้มไปดูด้วยว่าเป็นเกย์หรือเปล่า?
นัท : ต้องเล่าก่อน เมื่อก่อนนัทไม่ได้สนใจเขาอยู่แล้ว พอเริ่มเข้ามาคุย มันก็มีกระแสข่าวเข้ามา เท่าที่ดูไม่น่าใช่ หรือบางทีถ้าเก็บไว้อาจจะหมกไว้หรือเปล่า คนเรามันก็ต้องเช็กเอาให้ชัวร์ เสร็จแล้วไปถามอาจารย์ที่นับถือ เขาดูดวง เขาบอกคนนี้ไม่เป็นแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ คือเช็กไม่ใช่อาจารย์เดียวมีหลายอาจารย์ ก็เชื่อหมอในระดับหนึ่งก่อน แต่ว่าเราต้องศึกษาด้วยตัวเราเอง

คุณอั้มมีไปเช็กบ้างไหม?
อั้ม : ไม่ได้เช็กขนาดนั้นว่าอะไร แต่ว่าช่วงแรกที่เราเริ่มรู้สึกว่ารู้จักเขามากขึ้น ก็มีน้องคนหนึ่งที่ดู เรื่องตอนนั้นมันอยู่ในใจเรา เราไม่เคยพูดกับใครแม้แต่คนเดียว พอไพ่ออกมาปุ๊บเนี่ยพี่กำลังรู้สึกกับคนคนนี้อยู่นะ เป็นผู้หญิงที่อายุมากกว่า ผมก็ถามว่าแล้วยังไง เขาก็บอกว่าโอเค คนนี้น่าจะเป็นคนที่เหมือนกับเราอยู่ด้วยแล้วเราสบายใจ ก็คือแค่นั้น แต่เรื่องของเนื้อคู่หรือเปล่า เราไม่ได้เช็กขนาดนั้น แต่ผมเชื่อว่าอย่างผู้หญิงที่เขาจะดูข้อมูลของเราก็เป็นเรื่องปกติ

จนตอนนี้ 6 ปีที่แต่งงาน?
นัท : ก็ครบ 5 ปีแต่งงาน ตอนนี้ก็ 11 ปีแล้วค่ะ

แล้วเรื่องลูกที่แพลนไว้ เห็นว่าอยากมี แต่สุดท้ายตอนนี้ก็คือ?
นัท : คือก่อนหน้านี้ยอมรับว่าอยากมีมาก แล้วอยากมีมาโดยตลอด ก็พยายามในทุกวิถีทาง ทั้งวิทยาศาสตร์ แล้วทุกอย่างก็แพลนมาหลายๆ ปีติดๆ กันแล้ว เมื่อ 2 ปีที่แล้วรู้สึกว่าเรามีตัวอ่อนตัวสุดท้ายเหลืออยู่ตัวเดียว ก็เลยคิดว่าครั้งนี้ถ้าได้ก็โอเคเลย แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เอา มันก็มีจุดที่เราสิ้นสุดทางเลือกเอาแค่นี้ พอไม่ติดก็โอเค ทำความเข้าใจ แล้วพอวันเวลามันผ่านมาสักประมาณปีกว่า สองปี มันอยู่บนพื้นฐานความเข้าใจมันมีความสุขกว่าตอนแรกเยอะ

หมดไปเยอะไหม?
นัท : ก็พอสมควร

ได้ข่าวว่าหลักล้านสำหรับการพยายาม?
นัท : ใช่ค่ะ ก็มีทั้งวิทยาศาสตร์และทานยาสมุนไพร ยาต้ม ยาจีน สารพัดเลย

อั้ม : ที่บอกว่าเป็นล้านไม่ได้เป็นการทำครั้งเดียว มันประกอบด้วยรายละเอียดยิบย่อย เป็นยาจีนที่บำรุง ทานเป็นเดือน กี่ปีผ่านไป รวมถึงทำแต่ละครั้งก็ต้องมีค่านู้น ค่านี้ ในระยะเวลา 4-5 ปี รวมแล้วทั้งหมดมันก็เป็นล้าน

มีคนหนึ่งได้ยินสิ่งลี้ลับด้วย?
อั้ม : เสียงเหมือนช้างร้องหรืออะไรที่มันดัง แต่ว่าตอนที่ผมถ่ายมันเช้า แล้วก็ไม่มีเสียงใดๆ เลย แล้วเสียงจะดังมาจากฝั่งขวาคือแม่น้ำโขง แล้วเด็กที่ตัดต่อส่งมาให้ดูช่วยฟังหน่อยว่านี้เสียงอะไร คือถ้าเสียงดังขนาดนั้นเราต้องได้ยินตอนถ่าย เราก็พยายามดูว่าแถวนั้นมีคนอยูหรือเปล่า ใครเดินผ่านไหม พยายามหาข้อมูลตามข้อเท็จจริงก่อน แต่ก็ไม่มีใครอยู่แถวนั้นแล้วก็มีครูบาอาจารย์ท่านบอกว่าในตำราบอกว่าเป็นเสียงของพยานาคก็จะมีเสียงร้องคล้ายๆ เสียงช้างร้อง คราวนี้เรายังหาข้อเท็จ แต่ว่าเสียงมันค่อนข้างไปในทางนั้น

ตอนที่ทำพิธีคือพิธีอะไร?
อั้ม : ตอนนั้นไปไหว้พระขอพรกัน แล้วพี่ผมที่ไปด้วยกันขอแล้วเขาได้งานชิ้นใหญ่ เขาก็เลยไปทำพิธีถวายเครื่องบวงสรวงตามที่เขาได้บอกเอาไว้ เราก็เลยไปทำพิธีส่วนตัว ก็จะมีอาจารย์ที่นับถือเป็นคนนำพิธี ซึ่งเรามาดูมันก็เป็นเรื่องที่แปลกยังหาบทสรุปไม่ได้ แต่ว่าเสียงที่เข้ามาดูค่อนข้างไม่เหมือนกับคนที่อยู่แถวนั้น

เห็นว่าคุณอั้มมีสัมผัสพิเศษตั้งแต่เด็กเลย?
อั้ม : ก็ไม่ได้เห็นผีขนาดนั้น เด็กๆ เวลามีไปต่างจังหวัดครั้งหนึ่ง แล้วไปนอนที่ที่แปลก แล้วเราเหนื่อย เรายังไม่ได้ไหว้พระ ก็ทิ้งตัวลงนอนแล้วรู้สึกมีคนแก่ ไม่มีขา มีแค่ท่อนบน มีแค่ท่อนบนใส่เสื้อสีขาวเหมือนผ้าไหมจีน เหมือนเขาโกรธมากเรามาทำอะไรในที่ของเขา แล้วเราก็สะดุ้งขึ้นมาเห็นทุกอย่างเหมือนที่เราเห็นเมื่อกี้ แต่แค่ไม่มีคนลุงคนนั้นอยู่ แล้วเราก็คิดได้ว่าเราทิ้งตัวลงนอนโดยที่ยังไม่ได้บอกกล่าว ยังไม่ได้ทำอะไรเลย หรือเวลาไปถ่ายละครตามที่ต่างๆ เราจะอึดอัดตัวแบบรู้ยังไงก็ไม่รู้ตื่นไม่ได้จนพอเจ้าของบ้านเขาบอกว่าที่นี่จะเจอคนแบบนี้บ่อยเพราะเจ้าที่เขาแรง

มีพระอาจารย์ที่นับถือเคยถามพระอาจารย์ไหมว่าทำไมเราสัมผัสแบบนี้?
อั้ม : จริงๆ ไม่ได้ถือว่ามีสัมผัสอะไรพิเศษขนาดนั้น แต่อาจจะเป็นบางช่วงเวลาของพลังงานที่เขาสามารถเชื่อมต่อกับเราได้ เพราะจริงๆ ที่เราเห็นคือพลังงานอย่างหนึ่ง

แบบนี้คุณนัทกลัวไหม?
นัท : ไม่กลัวค่ะ เพราะยังไม่เจอเอง ชอบฟังเรื่องนี้ แต่กลัว


แชร์ข่าวนี้
  • 4
  •  
  •  
  •  
  •  
    4
    Shares