นายกฯสั่งจับจริง! ผิด พรก.ฉุกเฉิน สั่งฟ้อง-เข้าคุกไม่รออาญา วอนอยู่บ้าน

  • 305 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares

นายกฯสั่ง จับคนผิด พรก.ฉุกเฉิน สั่งฟ้อง-ดำเนินไม่รออาญา วอนให้อยู่บ้าน

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (ศบค.) ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) แถลงว่า กรณียังมีประชาชนบางส่วนฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ประกาศ ข้อกฎหมาย พรก.ฉุกเฉิน พรบ.โรคติดต่อฯ

ยังมีเกิดขึ้นหลายกรณี อาทิ มั่วสุม ตั้งวงสังสรรค์อย่างสนุกสนาน เล่นการพนัน กักตุนสินค้า ขายหน้ากากอนามัยหรือเวชภัณฑ์อื่นๆในราคาเกินควร กักตุนแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ซึ่งแต่ละกรณีมีโทษหนักถึงจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท. ปิยะ กล่าวว่า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับ เจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ เข้มงวด กับผู้ที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน เช่นเมาแล้วขับรถ เด็กแว๊น การจัดปาร์ตี้ยาอี ซึ่งต้องใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

เพราะถือว่ากรณีเหล่านี้เป็นคดีที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับตำรวจทุกฝ่ายให้รีบดำเนินคดีและรวบรวมพยานหลักฐาน ให้ถึงต้นตอและเสนอสั่งฟ้องทุกข้อหา และให้ลงโทษสถานหนักไม่ต้องรอลงอาญา พร้อมกับริบของกลางด้วย

พล.ต.ท. ปิยะ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทุกคน ทำงานหนัก ดังนั้นขอประชาชนเพียงอย่างเดียวคือขอให้อยู่บ้าน รักษาระยะห่าง ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็นพร้อมกับใส่หน้ากากอนามัย อย่างไรก็ตามในบางจังหวัดที่ห้ามออกจากเคหสถาน ก็เป็นช่วงเวลาที่ไม่ปกติ ไม่ใช่เวลาการทำงานทั่วไป ถ้าจะออกก็คงเป็นเพราะกรณีเป็นคนขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภคหรือยาเวชภัณฑ์ หรืออื่นๆที่จำเป็น

แต่ถ้าจะต้องไปธุระอย่างอื่นนั้นขอว่าอย่าดีกว่า ขอเตือนไว้ก่อนเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้มงวดอย่างเต็มที่เพื่อบ้านเมืองของเรา

พล.ต.ท. ปิยะ กล่าวว่า บางจังหวัดเช่นนนทบุรีที่ได้ขอความร่วมมือว่าไม่ควรออกนอกบ้านนั้น ช่วงเวลาสี่ทุ่มถึงตีห้า ดังนั้นพี่น้องประชาชนยังสามารถขับรถออกมาทำงานได้ตามปกติ ดังนั้นคนที่เดินทางต้องจำเป็นโดยแท้

หรือแม้แต่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งประกาศ ตาม พรบ.โรคติดต่อฯ ม.35 ปิดจังหวัดขอความร่วมมือเรื่องเข้าหรือออกโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนั้นก็แล้วแต่กรณีของแต่ละจังหวัดแต่ขอย้ำว่าออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่จำเป็นขอให้อยู่บ้าน

พล.ต.ท. ปิยะ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทุกภาคส่วนว่า การตรวจคัดกรองมีสองลักษณะ คือด่านคัดกรองที่มีอยู่ 409 แห่ง เน้นการข้ามระหว่างจังหวัด เพื่อคัดกรองคน นอกจากนั้นยังมีด่านเคลื่อนที่ ตามพรบ.โรคติดต่อฯ หรือหน่วยเคลื่อนที่เร็วโดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง จะหมุนเวียนกันคอยเน้นการแนะนำพี่น้องประชาชนแต่หากเตือนแล้วไม่เชื่อฟังก็ต้องดำเนินคดี


แชร์ข่าวนี้
  • 20
  •  
  •  
  •  
  •  
    20
    Shares