รัฐต้องจ่าย 2.4 หมื่นล้านบาท ศาลปกครองสูงสุดไม่รับรื้อฟื้นคดี “โฮปเวลล์”

  • 225 ครั้ง

แชร์ข่าวนี้
  • 13
  •  
  •  
  •  
  •  
    13
    Shares

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับพิจารณาคดีค่าโง่โฮปเวลล์ใหม่ ทั้งประเด็นศาลพิจารณาข้อเท็จจริงผิดพลาด–คดีมีพยานหลักฐานใหม่–คุณสมบัติโฮปเวลล์มีผู้ถือหุ้นต่างชาติขัดกฎหมายไทย โดยวินิจฉัยว่า ประเด็นนี้หน่วยงานรัฐต้องทราบก่อนลงนามสัญญาตั้งแต่ต้น ขณะที่ผู้ว่าการ รฟท.ขอหารือฝ่ายกฎหมาย ก่อนเดินหน้า ระทึกรัฐต้องจ่าย 2.4 หมื่นล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองสูงสุดนัด พร้อม ทั้งผู้ร้องคดีและผู้ยื่นคัดค้าน ในคดีค่าโง่โฮปเวลล์ ซึ่งมีกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้ร้องที่ 1 และ 2 และมีบริษัทโฮปเวลล์ (ประเทศไทย) เป็นผู้ยื่นคัดค้าน โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้นัดฟังคำสั่งตามที่ผู้ร้องได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เพื่อมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้น ที่เคยมีคำสั่งไม่รับพิจารณาคดี ให้รับพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคดีไว้พิจารณาใหม่เช่นเดียวกัน โดยศาลได้บรรยายประเด็นที่ผู้ยื่นคำร้อง ได้ยื่นต่อศาลขอให้ศาลปกครองชั้นต้นรับพิจารณาคดีใหม่ ทั้งประเด็นที่เกี่ยวข้องกรณีศาลเคยวินิจฉัยคดีไปก่อนหน้านี้ มีประเด็นที่พิจารณาข้อเท็จจริงผิดพลาด ประเด็นที่สามารถยื่นให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ หากมีพยานหลักฐานใหม่ในคดี รวมถึงกรณีที่มีการยื่นข้อมูลว่าบริษัทโฮปเวลล์ฯ มีคุณสมบัติขัดกฎหมายไทยในการเข้าประมูลงาน เนื่องจากตามข้อมูลที่ยื่นกับนายทะเบียน (กรมธุรกิจการค้า) การมีบุคคล หรือนิติบุคคลต่างชาติถือหุ้น มากกว่ากฎหมายไทยกำหนด ทำให้โฮปเวลล์มีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างชาติ ที่ไม่สามารถเข้าประมูลงานได้

ประเด็นดังกล่าวศาลพิจารณาเห็นว่า คุณสมบัติโฮปเวลล์จะขัดกฎหมายไทยหรือไม่ เป็นเรื่องที่หน่วยงานภาครัฐขณะนั้นต้องพิจารณาและทราบก่อนลงนามในสัญญา รวมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะนั้นก็ต้องทราบข้อมูล เนื่องจาก รมว.คมนาคมที่เป็นผู้ลงนาม ก็นั่งอยู่ใน ครม. รวมทั้งยังมีหน่วยงานรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงาน อัยการ ที่ต้องตรวจร่างสัญญา ดังนั้น โฮปเวลล์ฯ มีคุณสมบัติขัดต่อกฎหมายไทย ทุกหน่วยงานต้องทราบก่อนลงนามสัญญา และในการต่อสู้คดีที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐก็ไม่เคยหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาแสดงต่อศาล ทำให้จากข้อมูลทั้งหมด จึงเป็นเหตุให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น ไม่รับคดีโฮปเวลล์ไว้พิจารณาใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัย ไม่รับคำร้องให้รื้อคดีโฮปเวลล์ขึ้นมาพิจารณาใหม่ ประเด็นที่ต้องติดตามมีความเป็นไปได้ว่า รฟท. และกระทรวงคมนาคมจะต้องจ่ายค่าเสียหายในการก่อสร้างโครงการโฮปเวลล์ให้กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัดหรือไม่ เนื่องจากเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2562 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยให้ รฟท.จ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายให้แก่โฮปเวลล์ 11,800 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี ภายใน 180 วัน หลังจากนั้นมีการประมวลมูลค่าความเสียหาย พบว่ามีจำนวน 25,000 ล้านบาท

หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุด มีมติให้ รฟท. และกระทรวงคมนาคมจ่ายค่าเสียหายกับโฮปเวลล์ หลังจากนั้นกระทรวงคมนาคม ได้มีการตั้งคณะทำงานเจรจากับโฮปเวลล์ก่อนจะตัดสินใจต่อสู้คดีใหม่ โดยมีการยื่นคำร้องต่อศาลปกครองอีกครั้ง เพื่อต่อสู้คดี ส่งผลให้ตัวเลขความเสียหาย เฉพาะดอกเบี้ยในคดีนี้ยังเดินต่อไป และหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้นในครั้งนี้ จึงต้องมาดูตัวเลขความเสียหายที่ต้องชดเชยว่าจะเป็นเท่าใด และต้องกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาระหว่าง รฟท.กับโฮปเวลล์อีกหรือไม่ หรือมีแนวทางต่อสู้แบบใดได้อีก

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องนี้ แล้ว และมอบให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคม และ รฟท. พิจารณาร่วมกันในเนื้อหาคำสั่งนี้อย่างถี่ถ้วนก่อน ว่าจะมีการดำเนินการไปในทิศทางใด เพราะถือว่า รฟท. ได้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า รอรับฟังรายงานจาก รฟท. และกระทรวงคมนาคมก่อน เพราะรายละเอียดของคำพิพากษาเบื้องต้นมี 24 หน้า จึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายดูให้ละเอียด ถึงจะชี้แจงได้ ไม่สามารถพูดหรือชี้นำไปทิศทางใดก่อนได้ หากไม่ได้รับข้อมูลที่แท้จริง

cr. ไทยรัฐ


แชร์ข่าวนี้
  • 13
  •  
  •  
  •  
  •  
    13
    Shares